

นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวะล้อม (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ได้ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555ว่า เมื่อ ช่วงปลายปีที่แล้วคือ วันจันทร์ที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๔ ได้เดินทางไปร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในจังหวัดเชียงราย ข้อสรุปจากการศึกษาดูงานดังกล่าว กมธ. เห็นว่า ปัจจุบันการเกิดปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ยังมีอยู่โดยมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงในหลายจังหวัดมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรกรรม ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว และสุขภาพของประชาชน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน
โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าสูง กมธ.จึงได้มีหนังสือถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 17 จังหวัดนอกเหนือจากจังหวัดเชียงราย คือ เชียงใหม่ ,น่าน, พะเยา ,แพร่ ,แม่ฮ่องสอน, ลำปาง ,ลำพูน อุตรดิตถ์, ตาก, พิษณุโลก, สุโขทัย, เพชรบูรณ์, พิจิตร, กำแพงเพชร ,นครสวรรค์, และ อุทัยธานี โดยเสนอขอให้มีแนวทางในการปฏิบัติดังนี้
1.ขอให้จังหวัดให้ความสำคัญกับปัญหาไฟป่าและหมอกควันโดยให้ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญของจังหวัด ถ้าหากยังไม่มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันก็ให้มีการจัดตั้ง และติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด
2.ขอให้ ยึดแนวพระราชเสาวนีย์ เรื่องป่าเปียกเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน
3.ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกพื้นที่ห้ามมิให้มีการเผาขยะในพื้นที่โล่ง โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลาที่เกิดวิกฤตปัญหาไฟป่าและหมอกควัน โดยให้ใช้วิธีการกลบฝังแทน
4.ขอความร่วมมือให้สถาบันการศึกษาที่อยู่ในพื้นที่แต่ละจังหวัด ศึกษาและเผยแพร่งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันให้กว้างขวางมากยิ่งขึ้น
5.ขอให้กองบังคับการตำรวจภูธรในแต่ละจังหวัดดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการเผาป่าของประชาชนและการเผาขยะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กระทำผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
6.การจัดทำแนวกันไฟ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ติดตามการดำปฏิบัติงานของหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณ โดยให้คณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับท้องที่และ ท้องถิ่น เข้าไปเป็นกรรมการและตรวจสอบการปฏิบัติงาน
7.ขอให้สำนักงานเกษตรจังหวัดทำความเข้าใจกับเกษตรกรว่าการเผาพื้นที่การเกษตรไม่เป็นประโยชน์ต่อการทำการเกษตร
8.ขอให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการสื่อสารกับประชาชนเกี่ยวกับภัยของหมอกควันไฟป่า ซึ่งเป็นปัญหาต่อ การท่องเที่ยว การลงทุน และการคมนาคมทางอากาศ