คณะกรรมการติดตามคดีน้ำมันของกลางหายลงพื้นที่หาหลักฐานและสอบสวน ตร.ที่ดูแลของกลาง

คณะกรรมการติดตามคดีน้ำมันของกลางหายลงพื้นที่หาหลักฐานและสอบสวน ตร.ที่ดูแลของกลาง

คณะกรรมการติดตามคดีน้ำมันของกลางหายลงพื้นที่หาหลักฐานและสอบสวน ตร.ที่ดูแลของกลาง

รูปข่าว : คณะกรรมการติดตามคดีน้ำมันของกลางหายลงพื้นที่หาหลักฐานและสอบสวน ตร.ที่ดูแลของกลาง

คณะกรรมการติดตามคดีน้ำมันของกลางหายลงพื้นที่หาหลักฐานและสอบสวน ตร.ที่ดูแลของกลาง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดีน้ำมันเถื่อนซึ่งเป็นของกลางสูญหาย ได้ลงพื้นที่ จังหวัดสตูล หาหลักฐานประกอบสำนวนและสอบสวนตำรวจที่ดูแลของกลาง

คณะทำงานแก้ปัญหาภัยแทรกซ้อนกองอำนวยการความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บินสำรวจดูเส้นทางค้าน้ำมันเถื่อนของขบวนการค้าน้ำมัน ที่พรมแดนไทย-มาเลเซีย ด่านวังประจัน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล โดยระบุว่า เส้นทางดังกล่าว เป็นจุดที่ขบวนการค้าน้ำมัน ลักลอบขนน้ำมันจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศ ผ่านทางด่านศุลกากรวังประจัน เนื่องจากไม่มีเส้นทางอื่น เพราะลักษณะของพื้นทีเป็นหุบเขา แต่ทำไมกลับไม่ถูกจับกุม

กลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามพรมแดนประกอบด้วย กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มผู้ใหญ่บ้าน แต่ละกลุ่มจะมีเครือข่ายขนน้ำมันจากประเทศมาเลเซียด้วยรถยนต์ 10-12 ราย ส่วนจุดพักน้ำมันจะทำเป็นโกดักจัดเก็บใน ตำบลวังประจัน มีอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 โกดัง ที่ผ่านมาคณะทำงานปัญหาภัยแทรกซ้อนเชิญหน่วยงานในพื้นที่มาร่วมจับ กลับพบข่าวรั่วรู้ถึงขบวนการค้าน้ำมันทุกครั้ง จึงไม่เคยจับกุมได้

ส่วนคดีน้ำมันเถื่อนของกลางสูญหาย วันนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้ลงพื้นที่ตำบลวังประจัน พบผู้นำท้องถิ่น และาวบ้านในพื้นที่ เพื่อหาหลักฐานประกอบสำนวน และสอบสวนตำรวจตั้งแต่ระดับรองผู้กำกับ, ระดับพนักงานสอบสวน และดาบตำรวจ รวม 3 นาย ที่บกพร่องต่อหน้าที่ทำให้ของกลางสูญหาย

ขณะที่ พล.ต.ท.พิสิฎฐ์ พิสุทธิศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้เร่งรัดให้กรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง สรุปสำนวนคดีนี้ให้เสร็จภายใน 30 วัน หากมีหลักฐานตำรวจทั้ง 3 นาย มีความผิดทำให้น้ำมันเถื่อนของกลางสูญหายจะลงโทษทั้งวินัย และ อาญา

ด้านตำรวจอำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ได้เคลื่อนย้ายถังน้ำมันเปล่ากว่า 40 ถัง ซึ่งเป็นของกลางในคดีน้ำมันเถื่อนสูญหาย ออกจากลานจอดรถสถานีตำรวจ โดยนำไปเก็บไว้อีกจุดหนึ่งของสถานีตำรวจ


กลับขึ้นด้านบน