พระราชประวัติ"สมเด็จพระนโรดมสีหนุ"

พระราชประวัติ"สมเด็จพระนโรดมสีหนุ"

พระราชประวัติ"สมเด็จพระนโรดมสีหนุ"

รูปข่าว : พระราชประวัติ"สมเด็จพระนโรดมสีหนุ"

พระราชประวัติ สมเด็จพระนโรดมสีหนุ อดีตกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ทรงปกครองกัมพูชาผ่านช่วงเวลาหลายยุคหลายสมัยตั้งแต่ยุคที่ตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส,ยุคเขมรแดงเรืองอำนาจ จนกระทั่งมาถึงยุคที่กัมพูชาเริ่มก้าวเข้าสู่ประชาธิปไตย

ในปี พ.ศ. 2484 ยุคที่กัมพูชาตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส สมเด็จพระนโรดมสีหนุซึ่งในตอนนั้นมีพระชนมายุ 19 พรรษา ทรงได้รับการสถาปนาให้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ เนื่องจากในตอนนั้นฝรั่งเศสมองว่า พระองค์เป็นคนหัวอ่อนและน่าจะควบคุมง่ายจึงเลือกให้ขึ้นมารับตำแหน่งกษัตริย์ แต่ฝรั่งเศสประเมินพระองค์ต่ำเกินไป เพราะสุดท้ายแล้วสมเด็จพระนโรดมสีหนุกลับกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทในการนำสันติภาพกลับคืนสู่กัมพูชา

ต่อมาหลังจากขึ้นครองราชย์ได้ 2 ปี สมเด็จพระนโรดมสีหนุทรงมีคำสั่งให้ยุบสภา ซึ่งการยุบสภาในครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้กัมพูชาได้รับเอกราช สมเด็จพระนโรมสีหนุทรงเป็นกษัตริย์ที่รับตำแหน่งทางการเมืองหลายตำแหน่ง ได้แก่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดีหลายสมัย

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2513 นายพลลอน นอล ได้ทำรัฐประหารโค่นอำนาจซึ่งในเวลานั้นพระองค์อยู่ระหว่างการเสด็จเยือนสหภาพโซเวียต จึงลี้ภัยไปอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนและเป็นผู้นำกลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านนายพลลอน นอล ซึ่งในช่วงเวลาเดียวใน กองกำลังเขมรแดงก็ค่อยๆสั่งสมและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

ในที่สุดกองกำลังเขมรแดงซึ่งนำโดยพอล พต ก็บุกยึดกรุงพนมเปญในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 เวลานั้นสมเด็จพระนโรดมสีหนุจึงเสด็จกลับกัมพูชา ซึ่งพระองค์ทรงเป็นผู้นำประเทศในเชิงสัญลักษณ์ แต่แท้จริงแล้ว มิได้มีพระราชอำนาจใด ๆ พระองค์ทรงถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ภายในพระราชวัง

ขณะที่เขมรแดงซึ่งเรืองอำนาจอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2518 - 2522 ได้เกณฑ์ผู้คนออกไปเป็นแรงงานในต่างจังหวัด,สั่งจำคุกและสังหารผู้ที่ถูกมองว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อเขมรแดง มีการประเมินกันว่ามีผู้คนล้มตายราว 1,700,000 คน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรในสมัยนั้น ท่ามกลางเสียงประณามจากทั่วโลก ทำให้เขมรแดงตัดสินใจให้พระองค์เสด็จไปเข้าร่วมการประชุมที่องค์การสหประชาชาติที่นครนิวยอร์คของสหรัฐ เพื่อประณามรัฐบาลเวียดนามที่พยายามเข้ามาแทรกแซงและขับไล่เขมรแดง ซึ่งพระองค์ถือโอกาสนี้ขอลี้ภัยไปประเทศจีนและเกาหลีเหนือ

จนกระทั่งในเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2522 กองทัพเวียดนามบุกเข้ามาปราบเขมรแดงได้สำเร็จ พระองค์จึงเสด็จกลับประเทศอีกครั้ง และมาทำหน้าที่เป็นประธานรัฐบาลผสมกัมปูเจียประชาธิปไตย เพื่อต่อต้านและขับไล่กองทัพเวียดนามออกนอกประเทศได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2532 พระองค์ทรงมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศจากอาณานิคมของฝรั่งเศสมาสู่ระบอบประชาธิปไตยได้สำเร็จ ซึ่งกัมพูชาได้จัดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฏรครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536

สมเด็จพระนโรดมสีหนุ ทรงมีปัญหาด้านสุขภาพรุมเร้าทำให้พระองค์ตัดสินใจสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2547 โดยให้พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดมสีหมุนี พระโอรสเสด็จขึ้นครองราชย์แทน แม้ว่าพระองค์จะทรงสละราชสมบัติไปนานหลายปีแล้วก็ตาม แต่พสกนิกรยังคงจงรักภักดีและเทิดทูนอดีตกษัตริย์องค์นี้ไม่เสื่อมคลาย


กลับขึ้นด้านบน