ป.ป.ช.มีมติเรียกพยาน 4 คน ให้ปากคำเพิ่ม กรณีการไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท

ป.ป.ช.มีมติเรียกพยาน 4 คน ให้ปากคำเพิ่ม กรณีการไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท

ป.ป.ช.มีมติเรียกพยาน 4 คน ให้ปากคำเพิ่ม กรณีการไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท

รูปข่าว : ป.ป.ช.มีมติเรียกพยาน 4 คน ให้ปากคำเพิ่ม กรณีการไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท

ป.ป.ช.มีมติเรียกพยาน 4 คน ให้ปากคำเพิ่ม กรณีการไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท ป.ป.ช. มีมติให้เรียกพยาน 4 คน เข้าให้ถ้อยคำเพิ่มเติม กรณีข้อมูลไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท ที่ฮ่องกง ขณะที่ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทยนำหลักฐานยื่น ดีเอสไอ ตรวจสอบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายมงคลกิตต์ สุขสินธารานนท์ เลขาธิการเครือข่าย ภตช. ที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลการไซฟ่อนเงิน 16,000 ล้านบาท ที่ฮ่องกง และ 2,000 ล้านบาท ไปฝรั่งเศส สร้างความเสียหายต่อรัฐบาล

นอกจากการเข้าให้ข้อมูลกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อตรวจสอบ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และ เลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์ปชั่นของชาติ หรือ ภตช. แล้ว นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ รักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังนำหลักฐานที่ พ.ต.อ.ดุษฎี สมัครเข้าเป็นสมาชิก ภตช. ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งเลขาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปท. และภาพถ่ายขณะที่ไปบรรยายที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง ยื่นให้ดีเอสไอตรวจสอบด้วย

ขณะที่พ.ต.อ.ดุษฎี ปฏิเสธตอบโต้ประเด็นต่าง ๆ กับรักษาการโฆษกพรรคเพื่อไทย เพียงแต่ระบุไม่เคยไปบรรยายที่เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และแม้จะเป็นสมาชิก ภตช.แต่ก็ยังไม่ได้มีการทำกิจกรรมร่วมกัน

ซึ่งประเด็นการไซฟ่อนเงินไปยังฮ่องกง และ ฝรั่งเศส พ.ต.อ.ดุษฎี ยังย้ำในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวานนี้(25ต.ค.55)ว่า ไม่เคยได้รับข้อมูล ให้ข่าว หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าว โดยมีเพียง 3 เรื่องที่มีข้อมูลอยู่ คือ กรณีการเลี่ยงภาษีนำเข้ารถหรู, บุกรุกทรัพยากรธรรมชาติ และทุจริตงบประมาณภัยพิบัติน้ำท่วม ที่กำลังเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการ ป.ป.ท.เร็วๆนี้

ก่อนหน้านี้เลขาธิการ ภตช.ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบกรณีนักการเมืองทุจริตนำเงินช่วยเหลืออุทกภัยออกนอกประเทศ และอ้างพยานบุคคล 4 คน ซึ่งการประชุม ป.ป.ช. เมื่อวานนี้ มีมติเรียกพยานบุคคลมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม โดยไม่เปิดเผยชื่อและรายละเอียด โดยหากพยานเป็นชาวต่างชาติ ก็จะอาศัยอำนาจผ่านช่องทางอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมกันนี้จะเรียกเอกสารจาก คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ประกอบการพิจารณาด้วย

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังอาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.ปปช. แก้ไขฉบับที่ 2 พ.ศ.2554 เรียกให้ ป.ป.ท. โอนเรื่องการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีและเอกสารมาให้สำนักงาน ป.ป.ช.ตรวจสอบ รวมถึงมีมติให้ สำนักงาน ป.ป.ช.รวบรวมข้อมูลการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จากสื่อทุกแขนง มาประกอบการพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ มายื่นคำร้องตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวว่าชอบธรรมหรือไม่


กลับขึ้นด้านบน