เครือข่ายพลเมืองสงขลาร้องตรวจสอบผู้ครอบครอง "สารกัมมันตรังสี" 800 แห่งทั่วประเทศ

เครือข่ายพลเมืองสงขลาร้องตรวจสอบผู้ครอบครอง "สารกัมมันตรังสี" 800 แห่งทั่วประเทศ

เครือข่ายพลเมืองสงขลาร้องตรวจสอบผู้ครอบครอง "สารกัมมันตรังสี" 800 แห่งทั่วประเทศ

รูปข่าว : เครือข่ายพลเมืองสงขลาร้องตรวจสอบผู้ครอบครอง "สารกัมมันตรังสี" 800 แห่งทั่วประเทศ

เครือข่ายพลเมืองสงขลาร้องตรวจสอบผู้ครอบครอง ข้อมูลจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พบว่าทั่วประเทศมีผู้ครอบครองสารกัมมันตรังสีกว่า 800 แห่ง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาที่มีเกือบ 30 แห่ง ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อสำรวจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลางอ่าวไทย ในจำนวนนี้พบว่าอย่างน้อย 7 บริษัท มีที่ตั้งอยู่ใน อ.เมือง จ.สงขลา ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น ขณะที่เครือข่ายพลเมืองสงขลา เรียกร้องให้ชาวจังหวัดสงขลา รวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ ร่วมกันตรวจสอบผู้ครอบครองสารกัมมันตรังสี ที่มีอยู่กว่า 800 แห่ง โดยอ้างว่า มีการปกปิดข้อมูลการใช้งาน และการเคลื่อนย้าย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

ตัวแทนชาวบ้านชุมชนศรีสุดา เขตเทศบาลนครสงขลา ประชุมร่วมกับผู้บริหารบริษัทชลัมเบอร์เจอร์โอเวอร์ซี เอสเอ จำกัด ซึ่งบรรยากาศการประชุมค่อนข้างเคร่งเครียด เนื่องจากชาวบ้านไม่พอใจที่ก่อนหน้านี้ทางบริษัทปกปิดข้อมูลการครอบครองสารกัมมันตรังสีถึง 77 ชนิดไว้กลางชุมชน ซึ่งชาวบ้านเรียกร้องให้ทางบริษัทย้ายที่จัดเก็บสารกัมมันตรังสีออกจากชุมชนโดยเร็วที่สุดพร้อมตรวจสุขภาพประชาชนว่าได้รับผลกระทบจากรังสีหรือไม่

"สารนั้นสะสมในร่างกาย ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการเป็นแบบนี้อีก หลังประชุมกันแล้ว ก็ต้องการให้ร่างสัญญากันไปว่าจะทำอย่างไร" ว่าที่ ร.ต.สุนทร ยืนยงชาวชุมชนศรีสุดา เขตเทศบาลนครสงขลา กล่าว


 

ส่วนผู้บริหารบริษัทระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนเพื่อย้ายสถานที่จัดเก็บวัสดุกัมมันตรังสีไปอยู่ในเขตอุตสาหกรรมและคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพประชาชนรอบที่ตั้งบริษัทยังไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะเป็นการยากที่จะระบุขอบเขตของผู้ที่จะต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพ

สิ่งที่บริษัทจะทำเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนคือการสั่งซื้ออุปกรณ์ที่เรียกว่า "สเปคโตรมิเตอร์" ซึ่งสามารถแยกไอโซโทปของรังสีได้ สร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านว่ารังสีที่วัดได้เป็นรังสีธรรมชาติ และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ" นายพิรศักดิ์ กมลสุโกศล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทชลัมเบอร์เจอร์ โอเวอร์ซีส์ เอสเอ จำกัด กล่าว

ไทยพีบีเอสตรวจสอบข้อมูลจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติพบว่าทั่วประเทศมีผู้ครอบครองสารกัมมันตรังสีกว่า 800 แห่ง เฉพาะจังหวัดสงขลามีมากถึง 29 แห่ง ซึ่งกว่าครึ่งหนึ่งใช้ในภาคอุตสาหกรรมเพื่อสำรวจขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลางอ่าวไทย โดยพบว่าในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 7 บริษัท มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองสงขลาซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น และทั้งหมดไม่ได้ติดป้ายสัญลักษณ์รังสีเพื่อแสดงให้ชุมชนรอบที่ตั้งแหล่งเก็บกัมมันตรังสีทราบเพื่อเฝ้าระวังแต่อย่างใด

ขณะที่เครือข่ายพลเมืองสงขลาก็ได้ตั้งข้อสังเกตุกรณีที่บริษัทชลัมเบอร์เจอร์ โอเวอร์ซีเอสเอ จำกัด ได้นำสารกัมมันตรังสีมาเก็บไว้ในแหล่งชุมชนเป็นเวลาเกือบ 30 ปีทั้งที่เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามว่าเป็นสิ่งยืนยันถึงข้อบกพร่องของภาครัฐที่มักให้ความสำคัญในผลประโยชน์ของเอกชนโดยละเลยต่อความปลอดภัยของประชาชน

"มองเห็นว่ากลไกของรัฐอ่อนแอ จากที่ศึกษาดูก็พบว่ากฎหมายค่อนข้างครบถ้วน แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเก็บสารดังกล่าวมาได้ถึง 30 ปี และคิดว่าประชาชนคนอื่นก็น่าจะรู้สึกเช่นเดียวกัน" พรรณิภา โสตถิพันธุ์ ผู้อำนวยการสงขลาฟอรั่ม กล่าว

เครือข่ายพลเมืองสงขลายังเรียกร้องให้ชาวจังหวัดสงขลารวมทั้งคนไทยทั่วประเทศ ผนึกกำลังร่วมกันตรวจสอบผู้ครอบครองสารกัมมันตรังสีที่มีอยู่กว่า 800 แห่งทั่วประเทศ เนื่องจากพบว่าในขณะนี้มีการปกปิดข้อมูลการใช้งานและการเคลื่อนย้ายเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน


กลับขึ้นด้านบน