ชาวนาขุดลอกคลองหวัง ข้าวหอมมะลิไม่ยืนต้นตาย

ชาวนาขุดลอกคลองหวัง ข้าวหอมมะลิไม่ยืนต้นตาย

ชาวนาขุดลอกคลองหวัง ข้าวหอมมะลิไม่ยืนต้นตาย

รูปข่าว : ชาวนาขุดลอกคลองหวัง ข้าวหอมมะลิไม่ยืนต้นตาย

ชาวนาขุดลอกคลองหวัง ข้าวหอมมะลิไม่ยืนต้นตาย ทุ่งกุลาร้องไห้ในภาคอีสาน คือแหล่งปลุกข้าวหอมมะลิที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ รัฐบาลให้ราคารับจำจำข้าวหอมมะลิสูงถึงเกวียนละ 20,000 บาท แต่ฤดูฝนปีนี้ลำนำหลายสายกลับแห้งขอด ชาวนาจึงช่วยกันขุดลอกคลองส่งน้ำเข้าสู่แปลงนา ป้องกันต้นข้าวไม่ให้ตาย และเพื่อที่จะรัษาคุรภาพข้าวหอมมะลิให้เท่าเทียมกับปีที่ผ่านมา

ชาวนาตำบลหินกอง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เร่งขุดลอกคลองส่งน้ำตลอดทั้งวัน แม้พวกเขาจะรู้ว่า น้ำที่สูบจากลำน้ำเสียว จะช่วยให้ข้าวหอมมะลิ ที่กำลังตั้งท้องออกรวงในทุ่งกุลาร้องไห้ไม่ยืนต้นตาย ได้เพียง 200 ไร่ เท่านั้น แต่ทุกคนก็พยายามเต็มที่ เพื่อรักษาข้าวหอมมะลิไว้

ปีนี้ภาพชาวนาในทุ่งกุลาร้องไห้หลายจังหวัด ปล่อยให้วัวกินต้นข้าวหอมมะลิที่ยืนต้นตาย ก่อนที่ปรับหน้าดินปลูกพืชทนแล้งต่อไป การรักษาพันธุ์ข้าวหอมมะลิไว้ปลูกในปีต่อไป คือสิ่งสำคัญที่ชาวนาจังหวัดร้อยเอ็ดกำลังช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไร

คุณภาพข้าวหอมมะลิ ที่ปลูกในทุุ่งกุลาร้องไห้จังหวัดร้อยเอ็ดกว่า 1 ล้านไร่ ได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ว่าเป็นข้าวทีมีคุณภาพดี แต่ภัยแล้งปีนี้อาจส่งผลให้ปริมาณข้าวที่ได้ลดลงถึง 100 กิโลกรัมต่อไร่

ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการผลิตข้าวมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ยอมรับว่า ยอดการส่งออกข้าวหอมมะลิไทยลดลงตั้งแต่ปี 2554 จากปัญหาน้ำท่วม และถ้าปีนี้ทุ่งกุลาร้องไห้ยังประสบปัญหาต่อเนื่องอีก 1 เดือน ยอดการส่งออกข้าว และคุณภาพข้าวอาจลดลงมากกว่าปีที่ผ่านมา

ฤดูกาลปลูกข้าวปี 2556 นี้ ชาวนาในภาคอีสานอาจไม่มีข้าวไปจำนำกับรัฐบาลมากนัก หลังจากหลายจังหวัดลดพื้นที่เพาะปลูก แต่จนถึงขณะนี้มาตรการช่วยเหลือภัยแล้งจากรัฐบาลยังไม่ชัดเจน เมื่อเทียบกับการจ่ายเงินชดเชยน้ำท่วม และอาจทำให้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ชาวนาจะต้องซื้อพันธุ์ข้าวมาทำนาในปีต่อไป


กลับขึ้นด้านบน