"ชีวิตไม่สิ้นศิลปะ"ของศิลปินแห่งชาติ"ประเทือง เอมเจริญ"

"ชีวิตไม่สิ้นศิลปะ"ของศิลปินแห่งชาติ"ประเทือง เอมเจริญ"

"ชีวิตไม่สิ้นศิลปะ"ของศิลปินแห่งชาติ"ประเทือง เอมเจริญ"

รูปข่าว : "ชีวิตไม่สิ้นศิลปะ"ของศิลปินแห่งชาติ"ประเทือง เอมเจริญ"

ประเทือง เอมเจริญเป็นศิลปินอีกคนที่เรียนรู้และสร้างสรรค์งานศิลปะมาตลอดชีวิต แม้แต่ในวันที่ป่วยหนักจากมะเร็งลำใส้ใหญ่และต่อสู้กับโรคอัลไซเมอร์ ประเทือง เอมเจริญ ยังคงทำหน้าที่ถ่ายทอดความคิดด้วยศิลปะ

กว่า 2 ปีแล้ว ที่ ประเทือง เอมเจริญ สร้างงานศิลปะได้เพียงภาพวาดลายเส้น เพราะสูญเสียความทรงจำจากโรคอัลไซเมอร์ ทำให้ไม่สามารถวาดภาพสีน้ำมันได้ เหมือนเก่า ปากกาดำและกระดาษคืออุปกรณ์สำคัญในวันนี้ที่ ศิลปินแห่งชาติวัย 77 ปี สานต่อความสุขที่ได้ทำงานศิลปะ

ประเทือง เอมเจริญ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) กล่าวว่า "หมายความว่างานนี้คือคุณค่าของชีวิตเรา คือที่สังคมเขายอมรับเรา ที่ยังนับถือเรา ยังเคารพเรา ให้เกียรติเราเพราะเรามีงานที่เมื่อเราทำเสร็จแล้วออกไปโชว์ งานของเราจะพูดได้ว่ามันเป็นความสุข การทำงานศิลปะเป็นทางออกให้เรานอกจากคนทำมีความสุขแล้ว ตัวความสุขที่อยู่ในงานมันก็ไปให้ความสุขกับผู้คนในสังคม เป็นอีกต่อนึง"

ภาพวาดอ่าวมะนาวก็เป็นหนึ่งในชุดที่ อ.ประเทือง วาดหลังจากที่หยุดสร้างสรรค์งานศิลปะไปนานถึง 1 ปี เพราะต้องพักรักษาตัวจากการทำคีโม ซึ่งภาพสีน้ำมันนี้ก็เกิดจากการที่ครอบครัวของอาจารย์ พาเดินทางไปจังหวัดต่างๆ และวาดภาพจากสถานที่จริง ก่อนที่ปีกว่า อาจารย์จะเริ่มจดจำเรื่องของสีไม่ได้จนต้องหยุดสร้างสรรค์ผลงานภาพสีไปแล้ว หันมาใช้การเขียนลายเส้นแทน

ความทรงจำบางส่วนเริ่มหายไปเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน และสูญเสียความจดจำเรื่องสีในปีเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ประเทือง เอมเจริญ จึงเปลี่ยนวิธีสร้างงานศิลปะมาเป็นภาพเขียนขาวดำบนสมุดขนาดเล็กที่สามารถพก ติดตัวเพื่อให้เขียนภาพได้ตลอดเวลา นอกจากลายเซ็นบนภาพที่เริ่มเปลี่ยนไป อาจารย์ประเทืองยังวาดภาพซ้ำ ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นภาพหยดน้ำและนก เพราะต้องการสื่อความหมายของสมาธิและความอิสระทั้งยังเป็นสิ่งที่จดจำได้ แม่นยำที่สุด

บุญยิ่ง เอมเจริญ ภรรยา เผยว่า "เขาไม่เคยหยุด พอเขียนภาพสีไม่ได้ เขาก็มาเขียนลายเส้นแทน เขาคิดว่าเขาต้องทำงาน เขาเป็นศิลปิน เขาต้องสร้างงานแล้วเขาก็มีความสุข โดยภาพขาวดำก็จะมีภาพนก ภาพหยดน้ำที่วาดบ่อยมาก"

ประเทือง กล่าวเพิ่มเติมว่า "ศิลปะมีความหมายมากกว่าชีวิตผม เพราะว่าชีวิตเราเดี๋ยวเราก็ตายแล้ว แต่ศิลปะพอเราสร้างเสร็จมันอยู่รับใช้คนไม่รู้กี่ชั่วโครตคนเลย มันต่างกัน ชีวิตเราก็อย่างเก่งไม่ถึง 80 ก็ม้วยมรณาแล้ว แต่ผลงานสิลปะที่ดี ที่มีคุณค่าทางจิตใจมันอยู่ไปตลอดเท่าที่โลกยังไม่แตก"
                         
ในบั้นปลายที่ได้ทำฝันสูงสุดของชีวิตเป็นจริงแล้ว คือ สร้างหอศิลป์เอมเจริญ ที่ จ.กาญจนบุรี จัดแสดงผลงานตั้งแต่อดีต เล่าเรื่องราวผ่านศิลปะ ทั้งผลงานชุดคีโม ที่สร้างสรรค์ขึ้นขณะรักษาด้วยเคมีบำบัด ไปจนถึงภาพสีน้ำมันชุดสุดท้าย"บทเพลงแห่งลมหายใจ" ที่วาดไว้ก่อนสูญเสียความจำเรื่องสี และภาพวาดลายเส้นในปัจจุบัน ถ่ายทอดแต่ละช่วงชีวิต โดยมีครอบครัวเป็นกำลังใจสำคัญเพราะศิลปะมีความหมายกับชีวิต จึงไม่เคยคิดหยุดทำหน้าที่


หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน