มท.ชงข้อเสนอทำ "ประชามติ" แก้ รธน.เข้า ครม.พิจารณา

มท.ชงข้อเสนอทำ "ประชามติ" แก้ รธน.เข้า ครม.พิจารณา

มท.ชงข้อเสนอทำ "ประชามติ" แก้ รธน.เข้า ครม.พิจารณา

รูปข่าว : มท.ชงข้อเสนอทำ "ประชามติ" แก้ รธน.เข้า ครม.พิจารณา

มท.ชงข้อเสนอทำ การประชุมครม.วันนี้จะมีการพิจารณาการทำประชามติสอบถามความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังจากได้รวบรวมทุกความเห็นครบทุกฝ่ายแล้ว

การประชุม ครม.วันนี้ (18 ธ.ค.) นายวราเทพ รัตนากร กล่าวยืนยันว่ากระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ได้รับฟังความเห็นจากพรรคร่วมรัฐบาล และรวบรวมข้อมูลเอกสารที่สรุปแนวทางการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว และจะเสนอต่อ ครม.พิจารณาในวันนี้ (18 ธ.ค.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำการแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ทำเพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ต้องต้องยึดหลักประชาธิปไตย และเสียงของประชาชน โดยกรอบการทำประชามติที่ยังไม่กำหนดคำถามชัดเจน ที่ประชุม ครม.จะพิจารณาอีกครั้ง ก่อนเสนอให้ กกต.ไปดำเนินการ ส่วนการคัดค้านของผู้นำฝ่ายค้าน เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่อาจเป็นการตัดสินปัญหาที่เร็วเกินไป

ขณะที่ ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี และส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นายพร้อมพงษ์ นพฤทธิ์,นายจิรายุ ห่วงทรัยพ์และนายพิชิต ชื่นบาน ต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กรณีเชิญชวนประชาชนร่วมคว่ำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญและกระทำผิดตามข้อต้องห้ามของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พร้อมประกาศเตรียมรวมรวบข้อมูลยื่นฟ้องดำเนินคดีต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธเจตนาว่า ไม่ได้มีหลักคิดสวนทางกับคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุให้ทำประชามติก่อนการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ชี้แจงว่า สาระสำคัญของจดหมายเปิดผนึก คือความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวยืนยันว่าการออกจดหมายเปิดผนึกคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่ขัดกับกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเนื้อหาในจดหมายเปิดผนึกไม่ได้ก่อความวุ่นวาย หรือมีคำกล่าวในลักษณะ ว่าสัญญาจะให้, หลอกลวง, บังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด

สำหรับจดหมายเปิดผนึกของหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีการเปิดเผยเมื่อ 2 วันก่อน นอกจากคำชี้แจงว่าการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เข้าข่ายช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ พี่ชายนายกรัฐมนตรีแล้ว เนื้อหาในจดหมาย ช่วงหนึ่งยังระบุว่า มาร่วมกันคว่ำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ และก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อนำพาประเทศเดินไปข้างหน้า

นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้งด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า หากคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ กกต.จัดทำประชามติในวันนี้ (18 ธ.ค.) ทาง กกต.จะเริ่มดำเนินการหลังจากมีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายใน 15 วัน โดยกฎหมายกำหนดให้ กกต.ดำเนินการทำประชามติไม่น้อยกว่า 90 วัน แต่ไม่เกิน 120 วัน ซึ่งคาดว่าจะสามารถกำหนดวันออกเสียงประชามติได้ในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2556

ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ ออกมาระบุว่า จะคว่ำการจัดทำประชามติในครั้งนี้ กกต.แสดงความเห็นว่า อาจเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2522 ในมาตรา 43 ที่ระบุว่า ผู้ใดหลอกลวงบังคับขู่เข็ญหรือใช้อิทธิพลคุกคาม เพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปเสียงออกเสียง ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ เพื่อให้สำคัญผิดในวัน เวลา ที่ออกเสียง หรือวิธีการลงคะแนนออกเสียง อาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิดน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

สำหรับการออกเสียงทำประชามตินั้น จะต้องมีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดจำนวน 46 ล้านคน นั่นคือ 23 ล้านคน และจะต้องมีจำนวนเสียงที่เห็นชอบในการทำประชามติเกินกว่ากึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิหรือประมาณ 12 ล้านคน หากไม่เป็นไปตามหลักข้อใดข้อหนึ่ง การจัดทำประชามติก็จะถือว่าตกไปทันที


กลับขึ้นด้านบน