อสมท.เตรียมระงับการเผยแพร่สปอตโฆษณา "แร่ใยหิน" หลังมีข้อมูลกระทบสุขภาพจริง

อสมท.เตรียมระงับการเผยแพร่สปอตโฆษณา "แร่ใยหิน" หลังมีข้อมูลกระทบสุขภาพจริง

อสมท.เตรียมระงับการเผยแพร่สปอตโฆษณา "แร่ใยหิน" หลังมีข้อมูลกระทบสุขภาพจริง

รูปข่าว : อสมท.เตรียมระงับการเผยแพร่สปอตโฆษณา "แร่ใยหิน" หลังมีข้อมูลกระทบสุขภาพจริง

 อสมท.เตรียมระงับการเผยแพร่สปอตโฆษณา เครือข่ายผู้บริโภคเตรียมหาช่องทางกฎหมาย ควบคุมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบแร่ใยหิน หลังผู้ประกอบการบางราย ยืนยันถึงความจำเป็นในการใช้แร่ใยหิน และจะเข้าพบนายกรัฐมนตรีหลังปีใหม่ เพื่อทวงถามแนวทางยกเลิกการใช้แร่ใยหินอย่างจริงจัง ขณะที่วิทยุในเครือ อสมท. พร้อมระงับการเผยแพร่โฆษณา ที่ระบุว่า แร่ใยหินไม่เป็นอันตราย ภายในวันที่ 3 มกราคมปีหน้า หลังมีข้อมูลว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพจริง

จากกรณีสื่อวิทยุในเครือ อสมท. เผยแพร่โฆษณาที่ระบุเนื้อหาว่า แร่ใยหินไม่เป็นอันตราย จนมีเสียงเรียกร้องให้ระงับเผยแพร่โฆษณาชิ้นนี้ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับข้อมูลทางการแพทย์ ที่ว่าแร่ใยหิน เป็นสาเหตุให้เกิดโรคมะเร็งปอด และโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

นายพัชระ สารพิมพา ผู้อำนวยการสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 100.5 จึงเตรียมระงับการเผยแพร่โฆษณาดังกล่าว ภายในวันที่ 3 มกราคมปีหน้า เนื่องจากได้พิจารณาข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ประกอบด้วย มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งที่ 3 มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2554 เรื่องการยกเลิกการใช้แร่ใยหิน รวมถึงข้อมูลทางการแพทย์ และงานวิจัยผลกระทบทางสุขภาพ จนได้ข้อเท็จจริง ซึ่งจากนี้ต้องพิจารณาเนื้อหาโฆษณาให้รอบคอบมากขึ้น

ส่วนเจ้าของโฆษณาคือ บริษัทกระเบื้องโอฬาร จำกัด นั้น ฝ่ายกฎหมายเตรียมพูดคุยเพื่อปรับเปลี่ยนสัญญาตามความเหมาะสมต่อไป และเชื่อว่ามีเหตุผลเพียงพอที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้

ขณะที่ นางสมบุญ สีคำดอกแค สภาเครือข่ายผู้ป่วยจากการทำงานและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย บอกว่า สื่อควรมีความรับผิดชอบ ตระหนักถึงข้อมูล ข้อเท็จจริง ก่อนนำเสนอเรื่องราวใดๆ ออกสู่สังคม เพราะจะสร้างความสับสน เข้าใจผิดได้ ทั้งนี้หลังปีใหม่จะไปขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อสอบถามท่าทีเรื่องการยกเลิกแร่ใยหิน

ขณะที่น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่า จะเร่งประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเลือกใช้สินค้าที่ปลอดภัย ไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ แม้ทางบริษัทผู้ผลิตบางราย จะยังยืนยันใช้แร่ใยหิน และมีผลิตภัณฑ์วางขายอยู่ทั่วไป ก็เตรียมใช้วิธีทางกฎหมาย โดยจะศึกษาดูว่ามีช่องทางใดที่จะระงับการวางขายสินค้าเหล่านี้ได้บ้าง ขณะเดียวกันเตรียมทวงถามความรับผิดชอบจากกระทรวงอุตสาหกรรม ว่าจะปฏิบัติตามมติ ครม. ที่ห้ามนำเข้าแร่ใยหินได้จริงจังอย่างไร


กลับขึ้นด้านบน