สอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ลอบขนแรงงานเข้าประเทศ

สอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ลอบขนแรงงานเข้าประเทศ

สอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ลอบขนแรงงานเข้าประเทศ

รูปข่าว : สอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ลอบขนแรงงานเข้าประเทศ

สอบสวนตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ลอบขนแรงงานเข้าประเทศ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา เร่งสอบข้อเท็จจริง หลังจากไทยพีบีเอสเปิดเผยภาพการลักลอบขนส่งแรงงานข้ามชาติที่ทำงานผิดกฏหมายในประเทศมาเลเซีย ขณะเดียวกันไทยพีเอสยังตรวจสอบพบว่าที่ฝั่งประเทศมาเลเซีย มีแรงงานข้ามชาติขบวนการนี้ ตกค้างนับร้อยคน

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา เพิ่มความเข้มงวดบุคคลที่เดินทางจากประเทศมาเลเซียเข้าประเทศไทย เพื่อป้องกันขบวนการค้าแรงงานข้ามชาติ ลักลอบนำชาวเมียนมาและกัมพูชาที่ลักลอบไปทำงานในประเทศมาเลเซียเข้าประเทศ หลังจากไทยพีบีเอสได้เปิดโปงขบวนการค้าแรงงานลักลอบขนส่งแรงงานข้ามชาติ ทางช่องทางด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา

มีรายงานว่าเครือข่ายลักลอบขนส่งแรงงานข้ามชาติ ได้รับการอำนวยความสะดวกให้เข้าเมืองผิดกฏหมายมานากว่า 5 ปีและมีเรียกเก็บผลประโยชน์ค่าหัวคิวจากแรงงานคนละ 8,000 บาท หลังจากถูกตรวจสอบทำให้ชาวเมียนมาและกัมพูชานับร้อยคนที่กลุ่มขบวนการค้าแรงงานข้ามชาติลำเลียงมาจากรัฐต่างๆ ขณะนี้ตกค้างอยู่ฝั่งประเทศมาเลเซียใกล้พรมแดนไทย

ด้านคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สงขลา กำลังเร่งสอบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา ที่ถูกกล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ แต่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่ถูกพาดพิงกับขบวนการนี้ได้ให้การปฏิเสธ

ศาสตราจารย์อมรา พงศาพิชญ์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงการลักลอบขนส่งแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายจากประเทศมาเลเซียเข้าประเทศไทย เพื่อทำประวัติเป็นแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายในไทย ก่อนส่งกลับประเทศต้นทางและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมขบวนการ ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตรวจสอบจนพบข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจริง แต่เมื่อประสานไปยังหน่วยงานต้นสังกัดกลับถูกปฏิเสธ

ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจังและดำเนินการเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด เนื่องจากขณะนี้มีหลักฐานและข้อมูลชัดเจนปรากฏตามสื่อ ดังนั้นการดำเนินงานน่าจะรวดเร็วและเห็นผลมากกว่าที่ผ่านมา


กลับขึ้นด้านบน