วิเคราะห์สาเหตุ "อาร์มสตรอง" รับสารภาพ

วิเคราะห์สาเหตุ "อาร์มสตรอง" รับสารภาพ

วิเคราะห์สาเหตุ "อาร์มสตรอง" รับสารภาพ

รูปข่าว : วิเคราะห์สาเหตุ "อาร์มสตรอง" รับสารภาพ

วิเคราะห์สาเหตุ การให้สัมภาษณ์แบบหมดเปลือกของ แลนซ์ อาร์มสตรอง ว่าเคยใช้สารกระตุ้นในรายการของโอปราห์ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่าเหตุใดอาร์มสตรองจึงสารภาพ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปฏิเสธมาโดยตลอด

นอกจากการรับสารภาพว่าใช้สารกระตุ้นแล้ว แลนซ์ อาร์มสตรอง ยังรับด้วยว่าเขาใช้สารกระตุ้นตั้งแต่ช่วงกลางยุค 90 ก่อนที่จะป่วยเป็นมะเร็งด้วยซ้ำไป ซึ่งสื่อในสหรัฐอเมริกา อย่าง ยูเอสเอ ทูเดย์ วิเคราะห์ว่า การสารภาพครั้งนี้อาจจะมีเป้าหมายเพื่อการกลับมาแข่งขันอีกครั้งหนึ่ง โดยอาร์มสตรองคิดว่าจะได้รับการลดหย่อนโทษห้ามแข่งตลอดชีวิตจากองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นสหรัฐฯและสหพันธ์จักรยานนานาชาติ เหลือเพียงโทษแบนไม่เกิน 8 ปี ซึ่งอาร์มสตรองจะกลับมาแข่งขันไตรกีฬาได้

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าก่อนหน้านี้อาร์มสตรอง และตัวแทนมีการพูดคุยกับองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นสหรัฐฯ เพื่อกลับไปให้ปากคำใหม่ทั้งหมด สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจคือว่าเพื่อนร่วม ทีม ยูเอส โพสทอล ของอาร์มสตรอง ที่แข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ในปี 1995 ต่างใช้สารกระตุ้นกันทั้งนั้น รวมถึงเขาด้วย

ประการที่ 2 อาจเป็นได้ว่าอาร์มสตรองยอมจำนนต่อหลักฐาน ยิ่งนานวันหลักฐานใหม่ๆ เริ่มปรากฎขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่ง ยูเอสเอดีเอ เขียนรายงานไว้ทั้งหมดกว่า 1,000 หน้า นอกจากนั้น ยังมีพยานบุคคล ซึ่งมีทั้งแพทย์ และเพื่อนร่วมทีมที่ออกมาเปิดเผยการกระทำของอาร์มสตรองด้วย หลักฐานของยูเอสดีเอชี้ให้เห็นว่าอาร์มสตรองใช้วิธีที่ไม่ธรรมดาในการบังคับเพื่อนนักกีฬาไม่ให้เปิดเผยเรื่องของเขาก่อนหน้านี้

ประการที่ 3 คืออาร์มสตรองต้องการลดกระแสโจมตีจากสังคม เพราะหลังจากที่ถูกตัดสินว่ามีความผิด อาร์มสตรองไม่ได้รับความเห็นใจเลยแม้แต่น้อย แต่กลับถูกโจมตีอย่างหนักเปรียบเหมือนโจรที่ปล้นชัยชนะจากเพื่อนร่วมอาชีพ และสาเหตุสุดท้ายอาจเป็นเพราะหวังเงินโบนัสจากบรรดาสปอนเซอร์ ซึ่งในตอนแรกอาร์มสตรองไม่ได้หวังชัยชนะเพียงแต่ต้องการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ ได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อบังเอิญคว้าแชมป์ทำให้มีผู้สนับสนุนเข้าหามากมาย ซึ่งนักกีฬาอาชีพเมื่อสามารถคว้าแชมป์ได้ผู้สนับสนุนมักจะมีเงินรางวัลพิเศษให้ ซึ่งอาจจะมากกว่าเงินรางวัลหลายเท่าตัว

อาร์มสตรองเคยปฏิเสธใช้สารกระตุ้นกว่า 200 หน นับตั้งแต่ถูกตรวจโด๊ป ซึ่งในอดีตช่วงกลางยุค 90 อาร์มสตรองถูกตรวจพบว่าใช้สารที่เรียกว่า EPO ซึ่งเป็นสารเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง มีผลให้การลำเลียงออกซิเจนมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีวิธีการที่แสนจะประหลาดคือการเก็บเลือดของตัวเองไว้เพื่อฉีดกลับเข้ามาในร่างกายช่วงการแข่งขันเป็นการเพิ่มเม็ดเลือดแดงในทันที วิธีการนี้แม้จะไม่ได้ใช้สารต้องห้ามแต่เป็นวิธีการที่เอาเปรียบคู่ต่อสู่เพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะ กรณีนี้อาร์มสตรองถูกตั้งข้อสงสัยจากยูเอสเอดีเอในการสอบสวนปี 2005 ซึ่งอาร์มสตรองปฏิเสธวิธีการดังกล่าว


กลับขึ้นด้านบน