จุฬาราชมนตรี เรียกร้องมุสลิมทั่วโลกกดดันรัฐบาลพม่ารับ "โรฮิงญา" เป็นพลเมือง

จุฬาราชมนตรี เรียกร้องมุสลิมทั่วโลกกดดันรัฐบาลพม่ารับ "โรฮิงญา" เป็นพลเมือง

จุฬาราชมนตรี เรียกร้องมุสลิมทั่วโลกกดดันรัฐบาลพม่ารับ "โรฮิงญา" เป็นพลเมือง

รูปข่าว : จุฬาราชมนตรี เรียกร้องมุสลิมทั่วโลกกดดันรัฐบาลพม่ารับ "โรฮิงญา" เป็นพลเมือง

จุฬาราชมนตรี เรียกร้องมุสลิมทั่วโลกกดดันรัฐบาลพม่ารับ ปัญหาชาวโรฮิงยาหลบหนีจากประเทศพม่าจากปัญหาการสู้รบ จนส่วนหนึ่งถูกขบวนการค้ามนุษย์ล่อลวงไปค้าแรงงาน ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือได้กว่า 800 คนในจังหวัดสงขลาเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้สำนักจุฬาราชมนตรี เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลพม่าให้ยอมรับความเป็นพลเมืองพม่าของชาวโรฮิงยา ขณะเดียวกันได้เสนอรัฐบาลให้ความช่วยเหลือ พลิกวิกฤตเป็นโอกาสแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โดยให้ชาวโรฮิง ยาพักพิงและทำงานในไทยได้

เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ชาวโรฮิงยาจำนวน 20 คน ซึ่งถูกส่งตัวมาอยู่ภายใต้การดูแลของตำรวจภูธรบางกล่ำ จ.สงขลาได้ทำกิจกรรมสันทนาการ ซึ่งทางตำรวจจัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกาย และจิตใจ

ประชาชาติมุสลิมดุจดังเรือนร่างเดียวกัน วิสุทธิ์ บินลาเต๊ะ ผอ.ศูนย์ประสานงาน สำนักจุฬาราชมนตรี ระบุว่า ความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงยา ทำให้สำนักจุฬาราชมนตรีและผู้นำศาสนาอิสลาม เรียกร้องให้มุสลิมทั่วโลกเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลพม่าให้ยอมรับความเป็นพลเมืองพม่าของชาวโรฮิงยาและปฎิบัติต่อชาวโรฮิงยาเฉกเช่นชาติพันธุ์อื่นๆ พร้อมกันนี้ผู้นำศาสนาอิสลาม ก็ขอคนไทยโดยรวมให้ความเห็นใจต่อชาวโรฮิงยา ที่ต้องหลบหนีมาอาศัยแผ่นดินไทย และอาจต้องพึ่งพิงแผ่นดินไทยอีกระยะหนึ่ง

โรฮิงยาไร้รัฐ ไร้ที่พึ่งพิง ในขณะที่ประเทศไทยยังขาดแคลนแรงงาน ดังนั้นควรพลิกวิฤติให้เป็นโอกาส เปิดช่องทางพิเศษให้โรฮิงยา สามารถพักพิงทำงานในประเทศไทย ได้ทั้งน้ำใจ ได้ทั้งคน ปิติ ศรีแสงนาม รองผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นว่าไทยไม่ควรจัดตั้งศูนย์อพยพเพราะจะเป็นภาระด้านงบประมาณ อีกทั้งในช่วงเวลาอันใกล้ก็จะเปิดเป็นประชาคมอาเซียน จึงควรใช้กลไกความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้ผู้คนไร้รัฐเหล่านี้ได้มีที่พึ่งพิง โดยพึ่งพาตัวเองด้วย


กลับขึ้นด้านบน