ภาครัฐ-เอกชน จับมือต้านคอร์รัปชั่น

ภาครัฐ-เอกชน จับมือต้านคอร์รัปชั่น

ภาครัฐ-เอกชน จับมือต้านคอร์รัปชั่น

รูปข่าว : ภาครัฐ-เอกชน จับมือต้านคอร์รัปชั่น

ภาครัฐ-เอกชน จับมือต้านคอร์รัปชั่น อันดับการทุจริตคอร์รัปชั่นของไทยจากผลสำรวจของเกือบทุกสำนัก ไทยยังมีอันดับการทุจริตที่ไม่ลดลง และผลสำรวจเมื่อเดือนธันวาคมศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจเเละธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังคงต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้โครงการจากภาครัฐ

องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่นจึงเดินหน้าหารือกับภาครัฐ เพื่อป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะแผนงานของรัฐบาล ที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และกระทรวงการคลังจะเสนอแนวคิดลงนามในสัญญาคุณธรรมให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา อันดับการทุจริตคอร์รัปชั่นของไทยจากผลสำรวจของเกือบทุกสำนัก ไทยยังมีอันดับการทุจริตที่ไม่ลดลง และผลสำรวจเมื่อเดือนธันวาคมศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจเเละธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ยังคงต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพื่อให้ได้โครงการจากภาครัฐ

องค์การต่อต้านคอร์รัปชั่นจึงเดินหน้าหารือกับภาครัฐ เพื่อป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะแผนงานของรัฐบาล ที่จะลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และกระทรวงการคลังจะเสนอแนวคิดลงนามในสัญญาคุณธรรมให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา

เป็นอีกก้าวหนึ่งของความคืบหน้าการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น หากรัฐและเอกชน ดำเนินการตามข้อตกลงที่มีร่วมกันได้จริง ก็จะถือเป็นปรากฎการณ์ใหม่ ที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ระหว่างภาคธุรกิจกับรัฐบาล นั่นหมายความว่าจากนี้ บริษัทเอกชนยักษ์ใหญ่ที่ไม่แยแสกับการร่วมกระบวนการต่อต้านคอร์รัปชั่น อาจต้องกลับลำและยอมรับเงื่อนไขที่ต้องทำร่วมกัน เข้าร่วมงานกับโครงการของรัฐ

สัญญาคุณธรรมเป็นข้อตกลงที่หน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน จะลงนามร่วมกันว่า ไม่รับ ไม่จ่าย เงินสินบน รวมทั้งต้องติดตามการทำโครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนตรวจรับงาน แต่หากพบว่าระหว่างโครงการมีผู้ทุจริตจะถูกดำเนินการตามกฎหมายทันที กระทรวงการคลังในฐานะผู้ยกร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ความสำคัญกับการทุจริตคอร์รัปชั่น ด้วยการระบุไว้ว่า จะมีภาคเอกชนเข้าเป็นคณะกรรมการบริหารโครงการ ซึ่งถือเป็น พ.ร.บ. ฉบับแรกๆ ที่ได้ระบุไว้ และอาจทำให้การทุจริตคอร์รัปชั่นลดลงได้บ้าง

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจคอร์รัปชั่นในเดือนธันวาคม จากกลุ่มตัวอย่าง 2,400 ตัวอย่าง พบยังอยู่ในระดับน่าเป็นห่วง กลุ่มตัวอย่างจากผู้ประกอบการร้อยละ 76 ระบุยังต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะ ปีที่แล้วและปีนี้ ประมาณร้อยละ 38 บอกว่าจ่ายเงินใต้ใต๊ะกว่าร้อยละ 25 จากรายรับที่ได้จากโครงการ และกลุ่มตัวอย่างเกือบร้อยละ 50 เชื่อว่าปัญหาทุจริตคอร์รับชั่นในปีนี้จะรุนแรงขึ้น
แม้มีแนวคิดป้องกันผ่านการลงนาม เพื่อลดความเสียหายของประเทศ แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น


กลับขึ้นด้านบน