สตช.แจงเหตุขยายเวลาสร้างโรงพักทดแทนเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ

สตช.แจงเหตุขยายเวลาสร้างโรงพักทดแทนเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ

สตช.แจงเหตุขยายเวลาสร้างโรงพักทดแทนเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ

รูปข่าว : สตช.แจงเหตุขยายเวลาสร้างโรงพักทดแทนเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ

สตช.แจงเหตุขยายเวลาสร้างโรงพักทดแทนเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติชี้แจง การขยายระยะเวลา สัญญาก่อสร้าง ให้บริษัทพีซีซีฯ ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานถึง 3 ครั้ง เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงชี้แจง ผู้รับผิดชอบ การทำหน้าที่ ประธานคณะกรรมการ จัดทำขอบเขตการก่อสร้างหรือ ทีโออาร์ ในการรวมสัญญาแบบบริษัทเดียว ซึ่งไม่ใช่ ของพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครฯรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงกรณีการตรวจสอบโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่งทั่วประเทศที่มีปัญหา และถูกตั้งข้อสังเกตว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาลไม่ดำเนินการตรวจสอบ ทั้งยังขยายระยะเวลาให้บริษัทที่ได้รับสัมปทาน ถึง 3 ครั้ง ครั้งละ 60 วัน รวมต่อสัญญา 180 วัน จะเป็นเหตุให้ราชการเสียหายไม่ได้ค่าปรับกว่า 1,026 ล้านบาท

การชี้แจงของโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือการบริหารโครงการดำเนินไปตามเงื่อนไขของสัญญา มีคณะกรรมการตรวจสอบการจ้างตามระบบ ส่วนการขยายระยะเวลา เป็นไปตามกฎหมาย และระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

การขยายสัญญาหลักการใหญ่ๆคือ เกิดจากข้อบกพร่องผู้ว่าจ้าง เช่น ส่งมอบพื้นที่บางแห่งไม่ทันเวลา เหตุสุดวิสัยตามกฎหมายเช่นภัยธรรมชาติ ในกรณีนี้คือ เหตุอุทกภัยเมื่อปลายปี 2554 ต่อเนื่องต้นปี 2555

ซึ่งผู้ที่อนุมัติให้ขยายสัญญา คือผู้บัญชาการสำนักส่งกำลังบำรุง ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดกับรัฐบาลหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ส่วนกรณีการจัดทำขอบเขตการก่อสร้าง ทีโออาร์ ในการจัดสร้างสถานีตำรวจรวมสัญยาเดียวแบบบริษัทเดียวทั้ง 396 แห่ง รวมทั้งลงนามให้จ่ายเงินล่วงหน้าร้อยละ 15 ให้แก่บริษัทที่ชนะการประมูลไปก่อนนี้ ผู้ทำหน้าที่คือ พล.ต.ท.ธีรยุทธ กิตติวัฒน์ ผู้บัญชาการสำนักส่งกำลังบำรุงขณะนั้นเป็นผู้ลงนามไม่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่อย่างใด


กลับขึ้นด้านบน