ตรวจสอบ"ข้อโต้แย้ง"กรณีพบคราบน้ำมันในทะเลจังหวัดสงขลา

ตรวจสอบ"ข้อโต้แย้ง"กรณีพบคราบน้ำมันในทะเลจังหวัดสงขลา

ตรวจสอบ"ข้อโต้แย้ง"กรณีพบคราบน้ำมันในทะเลจังหวัดสงขลา

รูปข่าว : ตรวจสอบ"ข้อโต้แย้ง"กรณีพบคราบน้ำมันในทะเลจังหวัดสงขลา

ตรวจสอบ กว่า 2 สัปดาห์แล้ว ที่พบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย บริเวณชายหาดในหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา ทางจังหวัดและกรมควบคุมมลพิษได้เก็บตัวไปตรวจสอบ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปที่มาและองค์ประกอบของก้อนดังกล่าว ช่วงนี้เราจะย้อนไปดูข้อเท็จจริงอีกแง่มุมหนึ่งจากชาวบ้านที่อาศัยในพื้นที่

                                                
ชาวประมงวัย 70 ปี ในอำเภอสทิงพระ กล่าวว่า ตั้งแต่จำความได้ ชายหาดใกล้บ้านพบก้อนสีดำคล้ายยางมะตอย ปรากฎช่วงต้นปีของทุกปี แต่เมื่อถูกความร้อนจากแสงแดดจะละลาย และส่วนใหญ่หายไปเองในช่วงเดือนเมษายนความยาวตลอดชายฝั่ง 40 กิโลเมตร ตั้งแต่ อำเภอระโนด สทิงพระ สิงหนคร และอำเภอเมืองตลอดแนว พบก้อนสีดำหลายขนาด กระจายตามแนวชายหาด แม้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น จะช่วยเก็บกวาดทำความสะอาดไปเกือบหมดแล้ว

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 และกำนันตำบลปากแตรก ให้ข้อมูลว่า หลายครั้งที่หน่วยงานราชการเก็บตัวอย่างไปตรวจสอบ แต่ไม่เคยนำข้อมูลกลับมาชี้แจงกับชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านคาดเดาสาเหตุไปต่าง ๆ นานา  มีข้อสังเกตว่า วัตถุที่พบปีนี้ (56) มีเฉพาะก้อนสีดำคล้ายน้ำมัน ต่างจากปี 2553 ที่พบคราบหลายลักษณะ ทั้งสีดำและสีน้ำตาล
 
ขณะนั้นสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 กรมควบคุมมลพิษ และห้องปฏิบัติการที่องค์กรพิทักษ์สิ่งแวดล้อม ของอเมริกาให้การรับรอง ระบุว่า วัตถุก้อนกลม ลักษณะคล้ายก้อนทราย สีน้ำตาล มีกลิ่นหืน ประกอบด้วยกรดไขมัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ในไขมันพืช ส่วนก้อนสีดำ คล้ายยางมะตอย มีองค์ประกอบคล้ายน้ำมัน แต่ไม่ใช้น้ำมันดิบแหล่งสงขลา และไม่ใช่สารสังเคราะห์จากการขุดเจาะ แม้ผลสรุปในเวลานั้น ลดความน่าจะเป็น ที่อาจมีสิ่งแปลกปลอมจากแท่นผลิตน้ำมัน เพราะอยู่ห่างฝั่งไม่ถึง 20 กิโลเมตร เป็นผู้ปล่อยลงสู่ทะเล แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ให้คำตอบชัดเจนไม่ได้ว่า ของก้อนคราบเหล่านี้ มีที่จากแหล่งใด

ผ่านไป 3 ปี ความสงสัยเกิดขึ้นอีกครั้ง และกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างน้ำทะเล และก้อนสีดำไปตรวจสอบแล้ว เบื้องต้น น้ำทะเลไม่มีค่ามลพิษเกินมาตรฐาน แต่การตรวจวัตถุสีดำต้องอาศัยห้องปฏิบัติการของบริษัทเอกชน จึงใช้เวลาพิสูจน์นานขึ้น และ ต้องยืดเวลาออกไปอีก 1-2 สัปดาห์จึงจะทราบผล


กลับขึ้นด้านบน