สปสช. มีมติรักษามะเร็งมาตรฐานเดียวใน 3 กองทุน คาดเริ่ม 1 ต.ค. นี้

สปสช. มีมติรักษามะเร็งมาตรฐานเดียวใน 3 กองทุน คาดเริ่ม 1 ต.ค. นี้

สปสช. มีมติรักษามะเร็งมาตรฐานเดียวใน 3 กองทุน คาดเริ่ม 1 ต.ค. นี้

รูปข่าว : สปสช. มีมติรักษามะเร็งมาตรฐานเดียวใน 3 กองทุน คาดเริ่ม 1 ต.ค. นี้

สปสช. มีมติรักษามะเร็งมาตรฐานเดียวใน 3 กองทุน คาดเริ่ม 1 ต.ค. นี้ คณะกรรมการเตรียมการบูรณาการโรคมะเร็งมาตรฐานเดียวของ สปสช. มีมติรักษาโรคมะเร็ง 4 ชนิดให้เป็นมาตรฐานเดียวกันใน 3 กองทุนสุขภาพ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านการรักษาและบริการ โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

ในการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการเตรียมการบูรณาการโรคมะเร็งมาตรฐานเดียว ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. มีการพิจารณาตามความเห็นและข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลังพบว่า การเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งของผู้ป่วยทั้ง 3 กองทุนสุขภาพได้แก่ กองทุนประกันสังคม กองทุนหลักประกันสุขภาพและสวัสดิการข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจ ยังเกิดความเหลื่อมล้ำโดยเฉพาะการจัดการงบประมาณของผู้ป่วยโรคมะเร็ง สิทธิสวัสดิการของข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ สามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์แบบไม่จำกัด เช่น ยาราคาแพง และยานอกบัญชียาหลัก

ขณะที่ระบบประกันสังคมเข้าถึงยาเฉพาะยาในบัญชียาหลักเท่านั้น และแม้ว่าจะมีการปรับอัตราการจ่ายค่ารักษาที่สูงกว่า แต่ยังขาดการบริหารจัดการ ทั้งการเข้าถึงยาและการบริการ นอกจากนี้ยังมีความแตกต่างด้านคุณภาพการรักษาพยาบาล ที่พบปัญหาเนื่องจากระบบประกันสังคมให้บริการเฉพาะการรักษาเท่านั้น ส่วนการส่งเสริมสุขภาพควบคุมป้องกันโรคเป็นหน้าที่ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นผู้ดำเนินการ จึงเกิดกรณีโรงพยาบาลเอกชนในระบบประกันสังคม ไม่รับการส่งต่อผู้ป่วย

ที่ประชุมจึงมีมติ ให้บูรณาการมาตรฐานการรักษาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในกลุ่มโรคมะเร็งปอด ที่พบมากที่สุดในประเทศไทย รวมทั้งมะเร็งตับ มะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก โดยคาดว่าจะเริ่มบูรณาการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งสิทธิประโยชน์การรักษา ระบบการดูแลผู้ป่วย และคาดว่าจะเริ่มในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

สำหรับแนวโน้มการคาดการณ์ผู้ป่วยโรคมะเร็งในปี 2556-2558 พบว่า ทุกสิทธิการรักษามีผู้ป่วยมะเร็งเต้านม จำนวน 12,539 คน มะเร็งปอด 10,0281คน มะเร็งปากมดลูก จำนวน 8,844คน และมะเร็งลำไส้ใหญ่ จำนวน 21,102 คน โดยในปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งสะสมที่ยังมีชีวิตอยู่จำนวน 2,500,000 คน ในจำนวนนี้่เข้าถึงสิทธิการรักษา จำนวน 127,000 คนต่อปี ถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาร้อยละ 5-7


กลับขึ้นด้านบน