ชาวบ้านรอบ"สุวรรณภูมิ" สุดทนเสียงดังฟ้อง ทอท.รอบที่ 5ค้านขยายเฟส 2

ชาวบ้านรอบ"สุวรรณภูมิ" สุดทนเสียงดังฟ้อง ทอท.รอบที่ 5ค้านขยายเฟส 2

ชาวบ้านรอบ"สุวรรณภูมิ" สุดทนเสียงดังฟ้อง ทอท.รอบที่ 5ค้านขยายเฟส 2

รูปข่าว : ชาวบ้านรอบ"สุวรรณภูมิ" สุดทนเสียงดังฟ้อง ทอท.รอบที่ 5ค้านขยายเฟส 2

ชาวบ้านรอบ ชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิทนฟังเสียงดังจากเครื่องบินขึ้นลงสนามบินสุวรรณภูมิไม่ไหวรวมพลยื่นฟ้องระงับการบินในเวลากลางคืนเป็นรอบที่ 5 รวมแล้วกว่า 2,300 คนพร้อมค้านการขยายสนามบินเฟส2

 นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า  เวลา 10.00 น. วันที่ 10 เมษายน ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเสียงดังรอบสนามบินสุวรรณภูมิ ได้เดินทางไปยื่นฟ้องทอท. ต่อศาลปกครองกลางเป็นรอบที่ 5 เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหลังจากที่ต้องทนทุกข์จากมลพิษทางเสียงมากว่า 6 ปี นับแต่เปิดใช้สนามบินมาตั้งแต่วันที่28 กันยายน 2549 โดยไม่ได้รับการเหลียวแลอย่างจริงใจจาก ทอท.และรัฐบาลเลยแต่กลับปล่อยให้มีสายการบินต่าง ๆทั่วโลกเข้ามาใช้สนามบินอย่างไม่หยุดยั้งจนเกินขีดความสามารถของสนามบินจะรองรับได้และสร้างปัญหามลพิษทางเสียงและทางอากาศเพิ่มขึ้นทวีคูณ 

 
ทั้งนี้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อวันที่ 10มีนาคม 2548 ระบุไว้ชัดเจนว่า ทอท.จะต้องเจรจาจ่ายค่าชดเชยและรับซื้อที่ดินบ้านเรือนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากสนามบินให้แล้วเสร็จก่อนที่สนามบินจะเปิด6 เดือน แต่ ณ วันนี้เวลาผ่านไปกว่า 6 ปีแล้ว ทอท. ยังดำเนินการไม่เสร็จเลยชี้ให้เห็นชัดเจนว่าเป็นการจงใจละเมิดกฎหมายและเงื่อนไขของกฎหมายมาโดยตลอด 
 
ในขณะเดียวกันอีไอเอดังกล่าวระบุไว้ชัดเจนว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะใช้รองรับจำนวนผู้โดยสารได้ไม่เกิน45 ล้านคนต่อปีเท่านั้น แต่บัดนี้ ทอท. กลับปล่อยให้มีเที่ยวบินและผู้โดยสารมากถึง52 ล้านคนต่อปีมาตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน อันเป็นการผิดกฎหมาย เพราะผิดเงื่อนไขตามที่อีไอเอกำหนด แต่ ทอท. กระทรวงคมนาคม และรัฐบาลกลับนิ่งเฉยเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่สนใจเลยว่าชาวบ้านโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิจะเดือดร้อนและเสียหายจากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินที่เข้ามาใช้สนามบินทั้งกลางวัน-กลางคืนจนทนฟังเสียงและได้รับมลพิษจากละอองไอเสียแทบจะทนอยู่ไม่ได้แล้ว 
 
ปัญหาดังกล่าวชาวบ้านได้เรียกร้องให้ ทอท. กระทรวงคมนาคมและรัฐบาลเร่งรีบเจรจารับซื้อที่ดินและจ่ายค่าชดเชยเพื่อโยกย้ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบออกไปจากพื้นที่โดยรอบสนามบินดังกล่าวมาโดยตลอดแม้กระทั่งตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นมาหาข้อสรุป แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะ ทอท.ไม่ยอมปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการไตรภาคี เพราะเกรงว่าอาจจะไปกระทบต่อราคาหุ้นของทอท.ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ก็เป็นได้จึงไม่เร่งรีบที่จะดำเนินการตามเงื่อนไขของกฎหมาย หรือตามมติของคณะกรรมการไตรภาคี 
 
ดังนั้น ชาวบ้านจำนวนมากจึงหาทางออกโดยการมาพึ่งศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลได้มีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ทอท.ปฏิบัติตามเงื่อนไขในรายงานอีไอเอให้แล้วเสร็จโดยเร็วรวมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามทอท.หรือกระทรวงคมนาคมหรือรัฐบาลขยายสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 โดยเด็ดขาด 
 
อนึ่ง ชาวบ้านโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิได้เคยมายื่นฟ้องต่อศาลปกครองแล้วรวม5 ครั้ง ดังนี้ ครั้งที่ 1 จำนวน 1,075 คน ครั้งที่ 2 จำนวน 379 คน ครั้งที่ 3จำนวน 406 คน ครั้งที่ 4 จำนวน 204 คน ครั้งที่ 5 จำนวน 239 คน รวมแล้วกว่า 2,303 คนซึ่งคดีทั้งหมดยังอยู่ในการพิจารณาของศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ กล่าว
 


กลับขึ้นด้านบน