เปิดประวัติ "วีรชัย พลาศรัย"

เปิดประวัติ "วีรชัย พลาศรัย"

เปิดประวัติ "วีรชัย พลาศรัย"

รูปข่าว : เปิดประวัติ "วีรชัย พลาศรัย"

เปิดประวัติ บทบาทนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร ได้รับเสียงชื่นชมไม่น้อย แม้แต่รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายฮอร์นัมฮง ยังแอบกระซิบผ่านรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยว่า ทีมทนายความทำได้ดี ลองย้อนดูประวัติการทำงานของท่านทูตวีรชัย มีหลายกระแสที่สื่อพยายามจะขุดคุ้ยความเกี่ยวข้องกับฝ่ายการเมือง

ท่านทูตวีรชัย พลาศรัย ชื่อเล่นชื่อ "แสบ" บางคนอาจจะบอกว่า แสบสมชื่อ จริงๆ กับการตอบโต้ฝ่ายกัมพูชาทั้ง 2 วัน เกิดวันที่ 9 มิถุนายน 2503 จบการศึกษาปริญญาตรี และปริญญาโท มหาวิทยาลัยปารีส (นองแตร์) ปริญญาเอกจากซอร์บอนน์ ฝรั่งเศส รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศมายาวนาน ดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งเลขานุการตรี กองอัฟริกา และกลุ่มอาหรับ

ปี 2549 เป็นอธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ, ปี 2550 เป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย มีจุดเปลี่ยนหนึ่งในชีวิตราชการของทูตวีรชัย เมื่อนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ ออกแถลงการณ์ร่วมกับกัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก

หลายสื่อรายงานตรงกันว่า ทูตวีรชัย ในฐานะอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯขณะนั้น พยายามคัดค้าน นำไปสู่ข้อขัดแย้งกับฝ่ายการเมือง ก่อนที่คณะรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช จะมีมติย้ายทูตวีรชัย ไปช่วยงานในกระทรวง ในเดือนพฤษภาคม 2551

ครั้งนั้นเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในกรมสนธิสัญญาอย่างมาก โดยเฉพาะจดหมายของนายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศขณะนั้น ที่ยกย่องทูตวีรชัยเป็นคนที่มีความสามารถ และถือเป็นข้าราชการตัวอย่างของกระทรวง จดหมายฉบับนี้จึงถูกมองว่าปลัดกระทรวงต้องการส่งสัญญาณว่าไม่เห็นด้วยกับการย้ายทูตวีรชัย

แต่อีก 3 เดือนถัดมาเมื่อนายเตช บุนนาค ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศแทนนายนพดล ที่ลาออกจากตำแหน่ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า แถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา ต้องผ่านการพิจารณาของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190

นายเตช เสนอ ครม.ย้ายทูตวีรชัยกลับมาเป็นอธิบดีกรมสนธิสัญญาในเดือนสิงหาคม 2551 เพื่อรับมือกับปัญหาปราสาทพระวิหาร และเป็นฝ่ายกฎหมายของการประชุม JBC หรือคณะกรรมาธิการร่วมเขตแดนไทย-กัมพูชา

จากนั้นรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มีมติ ครม. เดือนมีนาคม 2552 ย้ายทูตวีรชัย จากอธิบดีกรมสนธิสัญญาฯ ไปเป็นเอกอัครราชทูตไทย กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ เตรียมการต่อสู้ข้อกฎหมายกับกัมพูชาหากมีการยื่นต่อศาลโลก

เรื่องการถูกโยกย้ายช่วงที่นายนพดล ปัทมะ เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ล่าสุด นายนพดล ออกมาปฏิเสธแล้วว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องปราสาทพระวิหาร หรือเรื่องแถลงการณ์ร่วมไทยกัมพูชา แต่เป็นการย้ายหมุนเวียนข้าราชการตามปกติ และตนเองก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทูตวีรชัย


กลับขึ้นด้านบน