กองทัพภาคที่ 4 เร่งผลักดันโครงการ "บาเล๊ะกัมปง" นำคนกลับบ้าน

กองทัพภาคที่ 4 เร่งผลักดันโครงการ "บาเล๊ะกัมปง" นำคนกลับบ้าน

กองทัพภาคที่ 4 เร่งผลักดันโครงการ "บาเล๊ะกัมปง" นำคนกลับบ้าน

รูปข่าว : กองทัพภาคที่ 4 เร่งผลักดันโครงการ "บาเล๊ะกัมปง" นำคนกลับบ้าน

กองทัพภาคที่ 4 เร่งผลักดันโครงการ ปัจจุบันมีผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงกว่า 1,000 คน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณคดีของศาล ซึ่งระหว่างการต่อสู้คดี บ่อยครั้งมักเกิดความไม่เข้าใจระหว่างรัฐ และประชาชน ทำให้กลุ่มแสงสันติภาพ และกองทัพภาคที่ 4 เร่งผลักดันโครงการ "บาเล๊ะกัมปง" หรือนำคนกลับบ้าน เพื่อช่วยเหลือในคดีความต่างๆ โดยผู้ต้องหาคนล่าสุด ที่ได้รับการพิพากษาให้พ้นโทษ คือ ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายครูจูหลิง ปงกันมูล ทำให้ปัจจุบันมีผู้ขอเข้ารับการช่วยเหลือด้านคดีความแล้วเกือบ 300 ราย

กว่า 7 ปีที่ต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ วันนี้ แบยา หรือนายยาการียา สะแปอิง คอเต็บมัสยิด บ้านกูจิงรือปะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ปรากฏรอยยิ้มบ้างแล้ว หลังถูกตั้งข้อหาเป็นผู้บงการทำร้ายครูจูหลิง ปงกันมูล เมื่อปี 2549 และศาลชั้นต้น รวมถึงศาลอุธรณตัดสินจำคุก 3 เดือน และยังตัดสินให้นางสือนะ ภรรยาของเขาจำคุก 5 ปี แต่หลังการเข้ารับการช่วยเหลือจากกลุ่มแสงสันติภาพ เพื่อนำเข้าสู่โครงการบาเล๊ะกัมปง หรือนำคนกลับบ้าน ของกองทัพภาคที่ ๔ ในที่สุดวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาตัดสินยกฟ้อง และมอบอิสรภาพคืนมาให้เขา 

 
แบยา บอกว่า ขณะที่ต่อสู้คดีรู้สึกหวาดกลัวรัฐมาโดยตลอด แต่เมื่อเพื่อนแนะนำให้เข้าโครงการนี้ก็เริ่มมีทัศนคติที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือจนศาลยกฟ้อง และภรรยาถูกลดโทษจำคุกเหลือเพียง ๒ ปี และเพิ่งได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 3 เมษายน ทำให้ครอบครัวกลับมาอยู่พร้อมหน้าอีกครั้ง 

    

 
การสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐ และประชาชน คือ หัวใจหลักในการช่วยเหลือในคดีความต่างๆ ของทั้งผู้ที่ถูกกล่าวหา ผู้ต้องสงสัย หรือผู้ที่ถูกหมายจับ ซึ่งการเข้าไปอำนวยความสะดวกด้านคดีความ จะเข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่การขอลดเงินประกันตัวในชั้นศาลให้ต่ำที่สุด หรือการขอความเมตตาจากศาลให้บรรเทาเบาบางโทษ หรือในกรณีที่ก่อเหตุอุจฉกรรจ์ ก็จะใช้เอกสารในการประกอบคุณงามความดีของผู้ต้องหา ประกอบการพิจาณาของศาล เพียงเพื่อให้คนเหล่านี้ได้กลับมามีที่ยืนในสังคม 
 
การอำนวยความยุติธรรมเช่นนี้ ยังเป็นส่วนหนุนเสริมในกระบวนการพูดคุยสันติภาพ เพราะหนึ่งในข้อเรียกร้องของกลุ่มบีอาร์เอ็นโคออดิเนตที่อยากให้มีการปล่อยตัวผู้ต้องหา หรือ ผู้ที่ถูกจองจำ ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถทำได้ แต่การช่วยเหลือด้านคดีความเป็นสิ่งที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง และยังสร้างความเป็นธรรมทุกฝ่าย ทำให้ปัจจุบันมีผู้ขอรับการช่วยเหลือจากโครงการบาเล๊ะกัมปงแล้ว 287 คน 
 


กลับขึ้นด้านบน