ไทยพีบีเอสลงพื้นที่ "รามคำแหง" คาดสาเหตุระเบิดไม่ใช่ปมความขัดแย้งระหว่างผู้ค้า

ไทยพีบีเอสลงพื้นที่ "รามคำแหง" คาดสาเหตุระเบิดไม่ใช่ปมความขัดแย้งระหว่างผู้ค้า

ไทยพีบีเอสลงพื้นที่ "รามคำแหง" คาดสาเหตุระเบิดไม่ใช่ปมความขัดแย้งระหว่างผู้ค้า

รูปข่าว : ไทยพีบีเอสลงพื้นที่ "รามคำแหง" คาดสาเหตุระเบิดไม่ใช่ปมความขัดแย้งระหว่างผู้ค้า

 ไทยพีบีเอสลงพื้นที่ เหตุระเบิดปากซอยรามคำแหง 43/1 ขณะนี้ตำรวจเตรียมนำแฟ้มคดี เหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ปี 2549 มาเปรียบเทียบ ขณะที่การสืบสวนสาเหตุ และผู้ต้องสงสัยระเบิด ตำรวจให้น้ำหนักไปที่ปัญหาความขัดแย้งของผู้ค้าขายในย่านนั้น

การประชุมชุดติดตามการสืบสวนหาสาเหตุ และความคืบหน้าติดตามผู้ก่อเหตุ ระเบิด ซอยรามคำแหง43/1 ที่มีหน่วยงานด้านการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตำรวจสันติบาล กองปราบปราม และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดหรือ อีโอดี นำข้อมูลของแต่ละฝ่าย ที่ลงพื้นที่มาสรุปข้อมูลเบื้องต้นร่วมกัน

 
เบื้องต้นสรุปว่าผลการตรวจสอบชนิดระเบิดเป็นระเบิดแบบแสวงเครื่อง บรรจุในกล่องขนมทรงกลม ด้านในบรรจุดินระเบิดประมาณ 1 กิโลกรัม และมีดินเทา เป็นเชื้อปะทุ ใช้เศษตะปูเป็นสะเก็ดระเบิด ระยะหวังผล 5 เมตร ระยะทำลายล้าง 10 เมตร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัวจุดชนวน ซึ่งชุด อีโอดี รายงานว่า การประกอบและวัสดุ เป็นคนละชนิดกับที่ใช้ก่อเหตุในภาคใต้
 
ส่วนการให้น้ำหนักสาเหตุจากปัญหาความขัดแย้งของผู้ค้านั้น ทีมข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่พูดคุยผู้ค้าและผู้ที่พักอาศัยย่านดังกล่าาว เชื่อว่า ไม่น่าเกี่ยวข้อง เพราะปัญหาการเช่าพื้นที่ค้าขาย กลุ่มผู้ค้าทำสัญญากับทางกรุงเทพมหานครอย่างถูกต้อง ส่วนผู้ค้าที่ขายหน้าอาคารพานิชย์ ก็จ่ายค่าเช่ากับเจ้าของอาคารโดยตรง
 
สำหรับการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง ชุดสืบสวนเปิดเผย ช่วง 10 นาทีก่อนเกิดเหตุ ยังไม่พบบุคคลต้องสงสัย ขณะนี้กำลังติดตามคนรับจ้างเก็บกวาดขยะ จากแผงร้านค้าย่านนั้นมาสอบสวน ว่าเก็บของลักษณะต้องสงสัยมาจากจุดใด
 
สำหรับบรรยากาศที่บริเวณซอย รามคำแหง 43/1 หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจได้เข้าตรวจสอบตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา และได้ย้ายแผงกั้นออกเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาซ่อมแซมอุปกรณ์ต่างๆ ที่เสียหายจากแรงระเบิด
 
ขณะที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนรามคำแหง-เทพลีลา ที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุได้ประกาศปิดทำการ 1 วัน และจะเปิดทำการตามปกติในวันนี้ (28พ.ค.56) อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเมื่อวานนี้เป็นวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่กรุงเทพมหานคร ห้ามให้นำสิ่งของวางขายบนฟุตบาธ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากไม่มีแผงค้ามาวางขาย
 
สำหรับการดูแลความเรียบร้อยทั่วไปนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีคำสั่งให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกเครื่องแบบ เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงรอบกรุงเทพมหานครตลอด 24 ชั่วโมง รวม 9 จุด ได้แก่ ทำเนียบรัฐบาล รัฐสภา ศาลรัฐธรรมนูญ ที่พักของเอกอัครราชทูต และประธานองคมนตรี ทำเนียบองคมนตรี บ้านนายกรัฐมนตรี อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บริเวณโดยรอบแยกราชประสงค์ ศูนย์การค้าสำคัญๆ และบริเวณกระทรวงกลาโหม
 
 


กลับขึ้นด้านบน