กลาโหมชี้ขาดโผทหาร 30 ส.ค.นี้

กลาโหมชี้ขาดโผทหาร 30 ส.ค.นี้

กลาโหมชี้ขาดโผทหาร 30 ส.ค.นี้

รูปข่าว : กลาโหมชี้ขาดโผทหาร 30 ส.ค.นี้

กลาโหมชี้ขาดโผทหาร 30 ส.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เรียกประชุมสภากลาโหมนัดที่ 2 ในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ และมีรายงานว่าในวันเดียวกัน จะเรียกประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหาร รวม 7 คนตาม พ.ร.บ.กลาโหมไปในคราวเดียวกันด้วย การประชุมสภากลาโหม และการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารนัดวันศุกร์นี้ ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นการประชุมเพื่อชี้ขาดบัญชีรายชื่อนายทหาร หรือโผทหารประจำปี 2556 ภายใต้ข้อสังเกตที่จะพิสูจน์การตัดสินใจของรัฐบาล และกองทัพ หลังประกาศร่วมงานกันอย่างไว้วางใจ รวมถึงโอวาทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่กล่าวย้ำให้กองทัพสนับสนุนนายกรัฐมนตรี

การเปิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 94 ปี ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เพื่อให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าพบขอพรและรับโอวาท แม้มุมหนึ่งจะบอกว่าเป็นไปอย่างปกติ แต่อีกมุมหนึ่งกลับเห็นว่ามีนัยทางการเมืองเกิดขึ้น โดยเฉพาะโอวาทที่กล่าวย้ำให้ "กองทัพสนับสนุนนายกรัฐมนตรีในการทำงานเพื่อประเทศชาติ"

เพราะก่อนหน้านี้ กองทัพกับรัฐบาลเกิดกระแสความไม่ไว้วางใจต่อกัน หลังเหตุการณ์คลิปเสียงคล้าย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ถูกเผยแพร่พร้อมข้อครหาว่าเป็น "การเจรจาทางการเมือง" แต่ระหว่างเดินสายตรวจเยี่ยมเหล่าทัพ และมอบนโยบายช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ข้อกล่าวหาที่ว่าถูกกลบด้วยถ้อยแถลงระหว่างนายกรัฐมนตรี และผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ยืนยัน "การทำงานร่วมกันจะเป็นไปด้วยความไว้วางใจซึ่งกันและกัน"

การปรับย้ายเดือนตุลาคม 2556 ที่เริ่มมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ กำลังจะเป็นบทพิสูจน์แรกว่ารัฐบาล และกองทัพร่วมงานกันอย่างมีเอกภาพ และสัมพันธภาพที่ดีต่อกันแค่ไหน บทบาทหน้าที่ของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร ภายใต้การถูกจับตามองถึงประเด็นการแทรกแซงกระบวนการพิจารณาปรับย้าย หลังมีกระแสข่าวว่า ก่อนสิ้นสุดวาระรัฐบาลพรรคเพื่อไทยนั้น 2 ปีนับจากนี้ คือการวางเครือข่าย และการสร้างฐานเสียงทางการเมือง

ตำแหน่งสำคัญที่ถูกปรับย้ายในปีนี้ คือปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารเรือ ที่จะเกษียณอายุราชการ โดยตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม มีผู้เหมาะสมทั้งคนในกระทรวง และจากเหล่าทัพ โดยเฉพาะการคาดการณ์ว่าจะเป็น พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม เตรียมทหารรุ่น 14 ที่มีผลงานสำคัญในการร่วมผลักดันกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพในภาคใต้ และการช่วยงานในคณะทำงานต่อสู้คดีปราสาทพระวิหาร

แต่ยังไม่มีความชัดเจน เพราะตำแหน่งปลัด ไม่เพียงต้องมีคุณสมบัติประสานงานกับเหล่าทัพได้เท่านั้น แต่ยังต้องทำงานใกล้ชิดกับฝ่ายการเมืองได้เป็นอย่างดีด้วย จึงต้องเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมถึงคุณสมบัติที่ว่าด้วยความอาวุโส จึงอาจเป็นไปได้ที่ตำแหน่งนี้ จะมีชื่อ พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต เตรียมทหารรุ่น 13 และ พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร เตรียมทหารรุ่น 12 เป็นคู่แข่ง

และคาดการณ์ว่า พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมณ์ อาจจะเสนอชื่อ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผู้บัญชาการทหารเรือ เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 13 เข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือคนต่อไป แม้ว่าในปีนี้จะมีนายทหารจากเตรียมทหารรุ่น 13 ที่มีโอกาสขึ้นดำรงตำแหน่งนี้อีกหลายคน เช่น พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ และ พล.ร.อ.อมรเทพ ณ บางช้าง แต่กลับมีชื่ออยู่ในคลิปเจรจาทางการเมือง

ขณะที่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 12 ที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมา ที่จะเกษียณอายุราชการในปีหน้า ก็กลายเป็นเงื่อนไขว่าต้องจับตามองถึงการวางตัวบุคคลใน 5 เสือกองทัพบก อาจเชื่อมโยงถึงการรองรับ 2 ตำแหน่งนี้ด้วย อย่างข้อสังเกตที่ว่าจะขยับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ขึ้นเป็นรอง ก่อนรับตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป ก็เท่ากับว่าตำแหน่งนี้ยังคงผูกโยงกับกลุ่มทหารเสือราชินี

ภาพรวมการพิจารณาการปรับย้ายนายทหารประจำปี 2556 มีรายงานว่าคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 80 และอาจเป็นไปได้ว่าจะหารือคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารตาม พ.ร.บ.กระทรวงกลาโหม ครั้งแรก จะมีขึ้นระหว่างการประชุมสภากลาโหม ในวันศุกร์ที่ 30 สิงหาคมนี้


กลับขึ้นด้านบน