สธ.หนุนพัฒนา "วัคซีนต้านเอดส์" ชนิดแรกของโลก-พบช่วยลดติดเชื้อ 30 %

สธ.หนุนพัฒนา "วัคซีนต้านเอดส์" ชนิดแรกของโลก-พบช่วยลดติดเชื้อ 30 %

สธ.หนุนพัฒนา "วัคซีนต้านเอดส์" ชนิดแรกของโลก-พบช่วยลดติดเชื้อ 30 %

รูปข่าว : สธ.หนุนพัฒนา "วัคซีนต้านเอดส์" ชนิดแรกของโลก-พบช่วยลดติดเชื้อ 30 %

สธ.หนุนพัฒนา กระทรวงสาธารณสุข พร้อมเดินหน้าให้การสนับสนุนพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ชนิดแรกของโลก หลังการทดลองพบผลน่าพอใจ ช่วยลดการติดเชื้อได้กว่าร้อยละ 30 และอนาคตคาดว่าไทยจะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตวัคซีนให้บริการทั่วโลก

นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดการประชุมสุดยอดผู้ร่วมพัฒนาวัคซีนป้องกันเอดส์นานาชาติ เพื่อคนไทยไร้เอดส์ ในโครงการทดลองประสิทธิผลของวัคซีนเอดส์ ในระยะ 3 หรือโครงการ อาร์วี 144 ซึ่งไทยเป็นหนึ่งใน 14 ประเทศที่ได้รับคัดเลือกจากองค์การอนามัยโลกที่ร่วมกันศึกษามาตั้งแต่ปี 2536

 
โดยขณะนี้โครงการอาร์วี 144 เป็นการทดลองภาคคลีนิคที่ใหญ่ที่สุดในโลก และจากการพัฒนาวัคซีนในอาสาสมัครเมื่อปี 2552 พบว่าวัคซีนมีความปลอดภัย ลดโอกาสเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี ได้ถึงร้อยละ 31.2 และมีแนวโน้มให้ผลสูงสุดในระดับต้นหลังการทดลองใน 12 เดือน แรกถึงร้อยละ 60 ขณะที่ในปีที่ผ่านมานักวิจัยได้ปรับปรุงประสิทธิภาพยืดระยะเวลาภูมิคุ้มกันในอาร์วี 144 ก็พบว่าสามารถเพิ่มภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้ดีขึ้น จึงเป็นความหวังในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคเอดส์รายแรกของโลกในรอบ 30 ปีที่มีการระบาด
 
นายแพทย์ประดิษฐ กล่าวอีกว่า ไทยจะให้การสนับสนุนในทุกกระบวนการทั้งจากภาครัฐและเอกชนจนกว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ และในอนาคตคาดว่าจะสามารถเป็นศูนย์กลางในการผลิตวัคซีนป้องกันโรคเอดส์ จนอาจนำไปสู่การจดลิขสิทธิ์ในการผลิต เพื่อให้บริการวัคซีนไปทั่วโลก
 
ข้อมูลล่าสุดพบว่าขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี 34.2 ล้านคน เสียชีวิต 1.7 ล้านคน ขณะที่ในไทยมีผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการกว่า 6 แสนคน และมีผู้ป่วยสะสมที่เข้ารับการรักษากว่า 270,000 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุระหว่าง 30-44 ปี


กลับขึ้นด้านบน