"ปชป." ตั้ง 3 ประเด็นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

"ปชป." ตั้ง 3 ประเด็นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

"ปชป." ตั้ง 3 ประเด็นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

รูปข่าว : "ปชป." ตั้ง 3 ประเด็นอภิปรายร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาลงมติวาระที่ 2 และ 3 ของร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ไม่เกินวงเงิน 2 ล้านล้านบาทในวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.) หรือวันที่ 19 - 20 ก.ย.นั้น พรรคการเมืองฝ่ายค้าน เตรียมอภิปรายชี้ให้เห็นถึงผลปฏิบัติในทางลบที่จะเกิดขึ้น 3 ประเด็น รวมไปถึงเนื้อหาของร่างกฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 ขณะที่นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำถึงความถูกต้องและคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้

หลัง ครม.มีมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เมื่อวันที่ 19 มี.ค.2556 ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรภายใน 10 วัน เนื่องจาก นายกรัฐมนตรี ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเป็นเรื่องด่วน ขณะเดียวกันสภาผู้แทนราษฎรก็ลงมติเห็นชอบในหลักการและเหตุผล หรือวาระที่ 1 ด้วยคะแนน 284 ต่อ 152 เสียง พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายละเอียด 36 คน โดยกำหนดให้แปรญัตติ ภายใน 30 วัน
               
หลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ คือการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ของประชากร และของเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงการเตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยเจตนาจะเชื่อมโยงฐานการผลิตกับฐานการส่งออกของประเทศกับเพื่อนบ้าน เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมขนส่งในภูมิภาค

วันที่ 19 - 20 ก.ย.นี้ สภาผู้แทนราษฎร จะได้อภิปรายพิจารณาลงมติวาระที่ 2 และ 3 ก่อนส่งให้วุฒิสภา และมีผลบังคับใช้ต่อไป โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันถึงความคุ้มค่าในการลงทุนและย้ำที่จะคำนึงถึงหลักวินัยการเงินการคลัง รวมถึงกรณีปัญหาหนี้สาธารณะ หลังประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงห่วงใยตัวเลขหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มสูงขึ้น
               
พรรคเพื่อไทย กำชับ ส.ส.ร่วมประชุมพิจารณาให้แล้วเสร็จตามกรอบเวลาที่กำหนด ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมพร้อม 115 ส.ส.อภิปรายโดยกำหนด 3 ประเด็นหลัก คือภาระหนี้สิน,ความไม่พร้อมของโครงการ และความไม่โปร่งใสที่จะเกิดขึ้น
               
ตลอดจนข้อสังเกต ว่า ด้วยผลแห่งการปฏิบัติขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 169 เพราะสาระสำคัญของการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้อยู่นอกงบประมาณประจำปี อยู่นอกกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ หรือกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และไม่ได้เข้าข่ายจำเป็นเร่งด่วน ที่จะใช้ไปก่อน แล้วมาจัดตั้งงบประมาณชดใช้เงินคงคลังภายหลังด้วยการตรากฎหมายโอนเงินงบประมาณหรือกฎหมายงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม


กลับขึ้นด้านบน