เปิดฉากประชุม"เอเปค 2013" ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

เปิดฉากประชุม"เอเปค 2013" ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

เปิดฉากประชุม"เอเปค 2013" ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

รูปข่าว : เปิดฉากประชุม"เอเปค 2013" ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

เปิดฉากประชุม การประชุมระดับผู้นำของกลุ่มประเทศความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิกได้เริ่มอย่างเป็นทางการแล้วท่ามกลางความท้าทายในการเดินหน้าเพื่อเปิดเสรีทางการค้าในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันรวมถึงสถานการณ์การเมืองโลกและปัญหาภายในประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

สำหรับการหารือในช่วงเช้าจะเป็นการพบกันระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจกับสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจของเอเปค ซึ่งเป็นภาคเอกชนเพื่อเสนอแนะความคิดเห็นให้กับผู้นำในขณะที่บรรดาผู้นำได้ถือโอกาสนี้หารือนอกรอบ ถึงปัญหาการเมืองระหว่างประเทศที่จะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะปัญหาซีเรียและข้อพิพาททางทะเลในเอเซีย

ระหว่างการประชุมเอเปคในช่วงเช้า นายจอห์น แครี่ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯได้หารือกับนายเซอร์เก ราฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกหลังจากที่ได้ข้อตกลงร่วมกันในการทำลายอาวุธเคมีของซีเรีย โดยรัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียยืนยันว่า จะให้ซีเรียปฏิบัติตามข้อตกลงในกรอบของสหประชาชาติกำหนดให้ซีเรียทำลายอาวุธเคมีภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน นอกจากซีเรียแล้วคาดว่า จะได้มีการหารือเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน หลังจากที่มีสัญญาณที่ดีขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก

ในขณะที่ปัญหาข้อพิพาททางทะเลในเอเซียก็ได้มีการหยิบยกมาหารือทั้งในเวทีเอเปค และการหารือนอกรอบโดยก่อนหน้านี้ในการหารือระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออสเตรเลียและญี่ปุ่นได้มีการออกแถลงการณ์ร่วม คัดค้านการกระทำแต่ฝ่ายเดียว ที่จะทำให้สถานการณ์ปัจจุบันในทะเลจีนตะวันออกเปลี่ยนแปลง และเรียกร้องให้ผู้ที่อ้างสิทธิเหนือดินแดนในทะเลจีนใต้หลีกเลี่ยงการกระทำ ที่จะกระทบต่อความมั่นคง ซึ่งมีนัยะถึงการกระทำที่ชาติที่เกี่ยวข้องมองว่า เป็นการกระทำที่ก้าวร้าวของจีนในช่วงที่ผ่านมา

ล่าสุดโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีนได้ตอบโต้ว่าการที่สหรัฐฯ ออสเตรเลียและญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรกันไม่ได้เป็นข้ออ้างในการที่จะเข้ามาก้าวก่ายข้อพิพาทเรื่องดินแดน ซึ่งอาจทำให้เกิดความซับซ้อนและส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของทุกฝ่าย ในขณะที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ปลัดกระทรวงต่างประเทศไทยกล่าวว่า มีประเทศสมาชิกเอเปคหยิบยกปัญหาทะเลจีนใต้ขึ้นมาหารือในเวทีประชุมใหญ่ แต่บรรดาสมาชิกเห็นว่าเรื่องดังกล่าว ควรที่จะไปหารือในเวทีของอาเซียนจะเหมาะสมกว่า

ส่วนการหารือในช่วงเช้า ระหว่างผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคและสภาที่ปรึกษาภาคธุรกิจเอเปค ทางฝ่ายเอกชนเสนอให้มีการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตร โปร่งใส มีกฎที่เป็นเอกภาพในการลงทุน สร้างความมั่นคงทางอาหารเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ของบรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กหรือ เอสเอ็มอี ซึ่งนายชุตินทร คงศักดิ์ อธิบดีกรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศกระทรวงต่างประเทศบอกว่า บรรดาผู้นำเห็นด้วยในเรื่องนี้และจะมีการจัดตั้งกองทุนพิเศษเพื่อช่วยเหลือ

นอกจากนั้น ภาคเอกชนยังเรียกร้องให้รัฐบาลพัฒนาสาธารณูปโภค เพื่อการเชื่อมต่อโครงข่ายภายในภูมิภาค หรือ Connectivity โดยในการหารือทวิภาคีระหว่างจีนกับไทยเมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) ผู้นำจีนได้เสนอการสนับสนุนด้านการเงินในการสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงในภูมิภาค โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงโดยปัจจุบันได้ให้เงินทุนกับลาวในการสร้างทาวรถไฟจากจีนมายังกรุงเวียงจันทน์ และในระหว่างการเยือนไทยของนายกรัฐมนตรีจีนในวันที่ 11 ตุลาคมที่จะถึงนี้ คาดว่าจะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับไทย ในการสร้างระบบรถไฟความเร็วสูงจากหนองคายไปกรุงเวียงจันทน์

ในช่วงบ่ายจะเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการหรือแบบ Retreat ของผู้นำเขตเศรษฐกิจทั้ง 21 เขต ซึ่งประเด็นสำคัญในการหารือคือความท้าทายในการป้องกันไม่ให้มีโนบายกีดกันทางการค้า ซึ่งเป็นอุปสรรคในการบรรลุเป้าหมายสูงสุดคือการทำการค้าแบบเสรี รวมไปถึงการปลดล็อกการเจรจารอบโดฮาขององค์การการค้าโลก ที่ยังคงติดในหลายเรื่องโดยเฉพาะสินค้าการเกษตรโดยในปลายปีนี้ จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีของสมาชิกองค์การการค้าโลกที่บาหลีอีกครั้ง ท่ามกลางความหวังว่าจะสามารถเดินหน้าสู่การค้าเสรีได้


กลับขึ้นด้านบน