"สร.ธ.ก.ส." ยืนยันเหลือเงินจ่ายจำนำข้าว 1.2 หมื่นล้านบาท

"สร.ธ.ก.ส." ยืนยันเหลือเงินจ่ายจำนำข้าว 1.2 หมื่นล้านบาท

"สร.ธ.ก.ส." ยืนยันเหลือเงินจ่ายจำนำข้าว 1.2 หมื่นล้านบาท

รูปข่าว : "สร.ธ.ก.ส." ยืนยันเหลือเงินจ่ายจำนำข้าว 1.2 หมื่นล้านบาท

หลังจาก ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ออกมาเผยว่า มีเงินจ่ายให้เกษตรกร ในโครงการรับจำนำข้าว ปีการผลิต 2556/2557 ที่เริ่มตั้งแต่ ต.ค.ที่ผ่านมา จนถึงสิ้นปีเท่านั้น ทำให้นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ออกมาตอบโต้ และบอกว่า ธ.ก.ส. ไม่ควรเสนอข้อมูลที่สร้างความกังวลให้กับเกษตรกร

นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่า มีงบประมาณจ่ายเงินให้เกษตรกรราว 60,000 ล้านบาท แต่อาจต้องพิจารณาว่าจะใช้งบประมาณจากส่วนใด มาใช้ก่อน - หลัง ทั้งนี้ จะเร่งรัดเบิกจ่าย ซึ่งอย่างช้าที่สุดภายในสิ้นปี 56 แต่เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.56) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงข้อมูลจำนวนเงินที่เหลือ และระยะเวลาที่พอจ่ายเงินได้

ขณะนี้ ธ.ก.ส. มีเงินเหลือจ่ายค่าข้าว 12,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาจ่ายไปแล้ว 20,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ถ้าหากไม่ได้รับเงินจากการระบายข้าว หรือ งบประมาณจากรัฐ เพิ่มเติม  เงิน 12,000 ล้านบาท จะจ่ายได้ถึงสิ้นปีนี้ (56) เท่านั้น

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ธ.ก.ส. ยังได้เสนอรัฐบาลเร่งหาแหล่งเงินทุนมาใช้ ในโครงการจำนำข้าวฤดูกาลนี้ เพราะยังมีเกษตรกรที่ได้รับใบประทวน 5,000,000 ตัน คิดเป็นเงิน 100,000 ล้านบาท ยังไม่สามารถรับเงินจากโครงการได้

ส่วนข้อเสนอในระยะยาว ควรปรับรูปแบบโครงการ ด้วยการจ่ายเงินช่วยเหลือ เช่นเดียวกับโครงการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ หรือ ใช้โครงการประกันรายได้แทน รวมถึง การใช้มาตรการเสริม เช่น จำกัดวงเงินขั้นสูงต่อราย และ ลดราคาเป้าหมายที่สูงกว่าราคาตลาดมากอย่างปัจจุบัน

ก่อนหน้านี้ นายยรรยง ได้ชี้แจงกับตัวแทนสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอ และยังพูดถึง ธ.ก.ส. ว่า ไม่ควรออกมาพูดให้เกษตรกรเกิดความไม่สบายใจ

ดังนั้นก็ยังพบว่า ยังเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกันอยู่นั่นเอง แต่หลังการประชุมคณะรัฐมนตรีวันก่อน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ยังยืนยันว่า เกษตรกรจะได้รับเงินจำนำข้าวอย่างแน่นอน ทั้งนี้ อาจจะต้องหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ด้วย

ขณะนี้ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ที่จะมีการเลือกตั้ง ภาคเอกชน ก็ต้องการเห็นการปฏิรูปก่อน และเมื่อวานนี้ (18ธ.ค.56) เครือข่ายภาคเอกชน 7 องค์กร ได้หารือเพื่อหาทางออกประเทศ กับ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยว่า หากจะมีการปฎิรูปประเทศ ควรเน้นเรื่องที่สำคัญก่อน เพราะมีเวลาจำกัด เช่น การเลือกตั้งที่โปร่งใส ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกัน โดยต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข และเกิดการเลือกตั้งตามกฎหมาย ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. เห็นด้วยกับการปฎิรูปประเทศไทย แต่ต้องทำควบคู่กับการเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.ปี 57

                   


กลับขึ้นด้านบน