ตร.สงขลาพบ 2 ผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องเหตุระเบิดรร.โอลิเวอร์ เมื่อวานนี้

ตร.สงขลาพบ 2 ผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องเหตุระเบิดรร.โอลิเวอร์ เมื่อวานนี้

ตร.สงขลาพบ 2 ผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องเหตุระเบิดรร.โอลิเวอร์ เมื่อวานนี้

รูปข่าว : ตร.สงขลาพบ 2 ผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องเหตุระเบิดรร.โอลิเวอร์ เมื่อวานนี้

ตร.สงขลาพบ 2 ผู้ต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องเหตุระเบิดรร.โอลิเวอร์ เมื่อวานนี้ ตำรวจตรวจกล้องวงจรปิด เหตุวางระเบิด 3 จุด ในพื้นที่อ.สะเดา จ.สงขลา พบผู้ต้องสงสัยที่ลงมือ 2 คน ขับรถไปจอดข้างโรงแรมก่อนเกิดเหตุระเบิด ขณะที่ตลอดทั้งคืนตำรวจเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบวัตถุระเบิด และอาวุธปืน เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ

ตำรวจภูธรสะเดา จ.สงขลา ตั้งด่านตรวจสอบวัตถุระเบิด และอาวุธปืน รถที่ผ่านเข้าออกในพื้นที่อำเภอสะเดา ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุลอบวางระเบิด 3 จุด ที่โรงแรมโอลิเวอร์ ในเขตเทศบาลตำบลสำนักข้าม ภายในสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์ และจุดตรวจของ สถานีตำรวจภูธรสะเดา เพื่อป้องกันการก่อเหตุซ้ำ

 
ซึ่งหลังเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียที่ทราบข่าว ได้พากันเดินทางกลับไปยังประเทศมาเลเซีย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ส่งผลให้บรรยากาศภายในบ้านไทยจังโหลน หรือด่านนอก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวและร้านค้า ต่างเงียบเหงา เพราะมีนักท่องเที่ยวบางตา
 
ส่วนผลการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของโรงแรมโอลิเวอร์ พบผู้ต้องสงสัย ขับรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ติดหลังคาเหล็กสูง ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดทิ้งไว้ช่วงเช้าก่อน 07.00 น. ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีดำคาดขาว ที่ขับมารับที่หน้าร้านเวกัสผับ หลบหนีไป จากนั้นเวลา 12.37 น. รถคันดังกล่าวก็เกิดระเบิดขึ้น
 
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน คาดว่า น่าจะเป็นระเบิดประกอบในถังแก๊สขนาด 10-15 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยนาฬิกาตั้งเวลา ผลจากระเบิด ทำให้ เป็นหลุมลึก 30 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร อาคารของโรงแรม บ้านบริเวณใกล้เคียง เกิดเพลิงลุกไหม้ และกระจกแตกกระจาย มีผู้เสียชีวิต 2 คน และบาดเจ็บ 26 คน รถยนต์ของนักท่องเที่ยวเสียหาย 4 คัน
 
นอกจากนี้ ในเวลาไล่เลี่ยกัน มีผู้ก่อเหตุ ลอบนำรถจักรยานต์ประกอบระเบิดไปจอดไว้ ใกล้กับร้านสวัสดิการภายในสถานีตำรวจภูธรสะเดา ก่อนจุดชนวน แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต  และที่บริเวณจุดตรวจในพื้นที่รับผิดชอบสถานีตำรวจภูธรปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต เช่นเดียวกัน
 
พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ลักษณะการก่อเหตุต้องการทำร้ายประชาชนในพื้นที่เศรษฐกิจ ถือว่าเป็นการก่อวินาศกรรมการก่อการร้ายรูปแบบหนึ่ง พร้อมเรียกร้องให้ผู้ก่อเหตุ ออกมาประกาศความรับผิดชอบ และ ประกาศวัตถุประสงค์ของตนเอง แต่ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่ตัดประเด็นการสกัดสินค้าหนีภาษี ในช่วงก่อนถึงเทศกาลปีใหม่


แท็ก

กลับขึ้นด้านบน