เลื่อนไต่สวนคดีกบฏของ"พล.อ.เปอร์เวซ มูชาราฟ"

เลื่อนไต่สวนคดีกบฏของ"พล.อ.เปอร์เวซ มูชาราฟ"

เลื่อนไต่สวนคดีกบฏของ"พล.อ.เปอร์เวซ มูชาราฟ"

รูปข่าว : เลื่อนไต่สวนคดีกบฏของ"พล.อ.เปอร์เวซ มูชาราฟ"

เลื่อนไต่สวนคดีกบฏของ ศาลปากีสถานต้องเลื่อนการไต่สวนคดีกบฏของอดีตประธานาธิบดีปากีสถานนัดแรกออกไป เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังตรวจพบระเบิดระหว่างเส้นทางสู่ศาลในเมืองหลวง

ตามกำหนดแล้ว วันนี้ (26 ธ.ค.56) จะเป็นวันแรก ที่ พล.อ.เปอร์เวซ มูชาราฟ อดีตประธานาธิบดีทหารของปากีสถานอายุ 70 ปี จะเข้าสู่กระบวนไต่สวนนัดแรกต่อข้อกล่าวหากบฏ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาระบุว่า เป็นคดีการเมือง แต่ปรากฏว่าตำรวจตรวจพบวัตถุระเบิดน้ำหนัก 5 กิโลกรัม พร้อมชนวน และกระสุน 2 นัด ใกล้กับเส้นทางที่เจ้าหน้าที่จะนำตัว พล.อ.มูชาราฟ เดินทางจากบ้านพักของเขาสู่ศาลกรุงอิสลามาบัด ทำให้ทนายความของ พล.อ.มูชาราฟ ร้องต่อศาลขอให้เลื่อนการไต่สวนออกไป เนื่องจากอาจเกิดความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตลูกความของเขา ซึ่งศาลได้เลื่อนการไต่สวนไปเป็นวันที่ 1 มกราคม 2557 แทน

เมื่อวานนี้ (23 ธ.ค.56) ทนายความของ พล.อ.มูชาราฟ พยายามยื่นคำร้องคัดค้านอำนาจการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมและร้องขอให้เปลี่ยนตัวองค์คณะผู้พิพากษาและอัยการ โดยให้เหตุผลว่า พล.อ.มูชาราฟ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพ ในขณะกระทำความผิดตามข้อกล่าวหา จึงควรให้ศาลทหารเป็นผู้พิจารณาคดี แต่ศาลสูงปากีสถานปฏิเสธทั้ง 2 คำร้อง

พล.อ.มูชาราฟ นับเป็นผู้นำทหารคนแรกในประวัติศาสตร์ปากีสถาน ที่ต้องขึ้นศาลในความผิดฐานก่อกบฏ โดยมีสาเหตุจากการตัดสินใจระงับการใช้รัฐธรรมนูญ และประกาศใช้กฎอัยการศึกดูแลประเทศ ในช่วงปี 2550

นอกจากคดีนี้แล้ว พล.อ.มูชาราฟยังอยู่ระหว่างประกันตัวในคดีอื่น ๆ ทั้งข้อกล่าวหาฆาตกรรม และข้อกล่าวหาจำกัดการปฏิบัติหน้าที่ในระบบศาลยุติธรรม ขณะที่อดีตผู้นำปากีสถานยืนยันว่าทุกสิ่งที่เขาทำตลอด 9 ปีล้วนเป็นความตั้งใจดี เพื่อประเทศและสวัสดิภาพของประชาชน

พล.อ.เปอร์เวซ มูชาราฟ ขึ้นสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยการปฏิวัติอำนาจรัฐบาลนายนาวาซ ชารีฟ เมื่อปี 2542 และอยู่ในตำแหน่งในฐานะผู้นำสูงสุดของประเทศและกองทัพ กระทั่งปี 2551 ถูกรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตย บังคับให้ลาออกจากตำแหน่ง

จากนั้น พล.อ.มูชาราฟตัดสินใจเนรเทศตัวเองไปอยู่ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกรุงลอนดอนของอังกฤษ กระทั่งหวนคืนสู่ปากีสถานอีกครั้งเมื่อต้นปี เพื่อจะกลับคืนสู่การเมือง แต่ไม่ได้รับการต้อนรับจากประชาชน รวมทั้งถูกตัดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง ตามข้อกล่าวหาต่าง ๆ นานาที่เขาเผชิญหลังลงจากตำแหน่ง กระทั่งถูกควบคุมตัวในที่สุด


กลับขึ้นด้านบน