ชุมชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ชุมชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ชุมชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

รูปข่าว : ชุมชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ชุมชนชาวไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชุมชนย่านเศรษฐกิจในตำบลโต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่เคยมีไทยพุทธอาศัยอยู่รวมกันกว่า 100 ครอบครัว หลังเกิดเหตุความไม่สงบนับตั้งแต่ปี 2547 พบว่า มีหญิงชราเหลืออยู่เพียงครอบครัวเดียว ต่างจากชาวไทยพุทธชุมชนสันติ 2 อ.ธารโต จ.ยะลา ที่ตัดสินใจจับอาวุธลุกขึ้นต่อสู่ ทำให้สามารถปกป้องผืนแผ่นดินเกิดไว้ได้

ชาวชุมชุนสันติ 2 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลาวันนี้ (29 ธ.ค.) กลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติ โดยเหตุร้ายเกิดขึ้นอีกเลย หลังชาวไทยพุทธที่นี่ พร้อมใจกันจับอาวุธลุกขึ้นมาปกป้อง แผ่นดินเกิดของตัวเอง

7 ปีก่อน สองพ่อลูกของชุมนุมแห่งนี้ ถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุบุกยิงและเผาเสียชีวิต ขณะนอนพักผ่อนอยู่ภายในบ้าน มีการแจกใบปลิวไปทั่วหมู่บ้าน ใจความข่มขู่เอาชีวิต หากชาวไทยพุทธรายใดไม่ยอมขายสวนยางพาราในราคาถูก เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ชาวชุมชนสันติพัฒนา 2 ที่มีอยู่กว่า 300 ชีวิต ตัดสินใจย้ายไปอาศัยภายในวัดเขตตัวเมืองยะลา

แต่เมื่อผ่านไปเพียง 1 เดือน ลุงพยงค์ วงศ์แย้ม อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตัดสินใจใช้เวลาว่างไป เป็นผู้นำชายฉกรรจ์ของหมู่บ้าน 26 คน รวมฝึกยุทธวิธีการป้องกันตัวกับหน่วยงานความมั่นคง ก่อนชักชวนเพื่อนบ้านที่มีความกล้า รวม 60 คน กลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่ พร้อมถวายฏีกา ขอบ้านหลังใหม่สำหรับบางคนได้อยู่รวมกัน ผ่านไปกว่า 1 ปี เมื่อเห็นว่า เหตุการณ์สงบ ชาวบ้านที่เหลืออีก กว่า 200 คน จึงตัดสินใจกลับไปด้วย

ต่างจากชุมชนชาวไทยพุทธ ใกล้สถานีรถไฟตำบลโต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่ถูกทิ้งหลังเจ้าของตัดสินใจล๊อคประตูบ้าน ย้ายทรัพย์สินหนีไปอยู่ที่อื่น ต่างจากอดีตซึ่งเป็นเคยเป็นย่านธุรกิจการค้าที่สำคัญ เพราะในแต่ละวันจะมีพี่น้องชาวมุสลิมจากหลายตำบล นำยางพาราและผลไม้มาส่งขายกันอย่างคึกคัก

ปัจจุบันกลับพบเพียงครอบครัวยายบุปผา แก้วประดับเพชร ในวัย 73 ปี ที่ยังอาศัยอยู่กับลูกสาว และหลานสาวเพียงลำพัง พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประชากรทั้งหมด 1,800,000 คน หลังเกิดเหตุความไม่สงบตั้งแต่ปี 2547 พบว่า ประชากรชาวไทยพุทธที่เคยมีอยู่ 20 % ลดลงเหลือเพียง 7 % ข้อมูลกองอำนวยการความมั่นคงภาคใน ระบุตัวเลขผู้ย้ายออกอยู่ที่ 100,000 คน ต่างกับกรมการปกครองระบุตัวเลขอยู่ที่ 300,000 คน 


กลับขึ้นด้านบน