วิเคราะห์แนวทางขึ้นสู่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

วิเคราะห์แนวทางขึ้นสู่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

วิเคราะห์แนวทางขึ้นสู่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

รูปข่าว : วิเคราะห์แนวทางขึ้นสู่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

กรณีการการครอบครองรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ แม้ยังต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนจากดีเอสไอในวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.2559) แต่คำถามใหญ่ก็คือจากเรื่องการครอบครองรถจะเป็นอุปสรรคต่อการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่หรือไม่

1 เดือนเต็ม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้เวลาตรวจสอบรถเบนซ์โบราณ ทะเบียน งค 1560 ที่อยู่ในการครอบครองของสมเด็จพระมหารัชมังคลจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญแม้ยังต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนจากดีเอสไอในวันพรุ่งนี้ (18 ก.พ.2559) แต่เบื้องต้นมีแนวโน้มว่าการได้มาซึ่งรถคันนี้ผิดกฎหมายทุกขั้นตอนนี่จึงอาจเป็นประเด็นที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ต้องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ว่าทราบถึงที่มาที่ไปของสิ่งที่ได้รับบริจาคมาหรือไม่

 

กรณีนี้ นายสุรพศ ทวีศักดิ์ นักวิชาการด้านศาสนาเชื่อว่าจะเป็นเงื่อนไขที่บางกลุ่มจะหยิบยกมาตั้งคำถามถึงความเหมาะสม ในการถูกเสนอชื่อขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ใหม่ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

 

แต่ในมุมมองนักกฎหมายอย่างนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ไม่เชื่อว่า การครอบครองรถคันนี้ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะนำไปสู่ความผิด เพราะหากดูจากเจตนาจะพบว่า พระสงฆ์ไม่สามารถปฏิเสธสิ่งของที่ได้รับบริจาค ดังนั้นจึงอาจไม่ทราบที่มาที่ไปของรถว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่า คือ การเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ และความสัมพันธ์กับวัดพระธรรมกาย ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จะเป็นปัจจัยที่กระทบต่อการเข้าสู่ตำแหน่งสังฆราชโดยตรง

ความขัดแย้งในหมู่คณะสงฆ์จากความพยายามสร้างเงื่อนไขจากฝ่ายฆราวาส และฝ่ายการเมือง คือ สาเหตุหลักที่ทั้งนักวิชาการด้านศาสนาและนักกฎหมาย เห็นตรงกัน ว่า เป็นที่มาของต้นตอปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ต้องแก้ไขในระยะยาว แต่ทางออกเฉพาะหน้า คือ ทุกฝ่ายต้องยึดตามกฎหมาย และยอมรับในกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน