ชี้ค่าเอฟทีมีโอกาสแพงขึ้นช่วงปลายปี

ชี้ค่าเอฟทีมีโอกาสแพงขึ้นช่วงปลายปี

ชี้ค่าเอฟทีมีโอกาสแพงขึ้นช่วงปลายปี

รูปข่าว : ชี้ค่าเอฟทีมีโอกาสแพงขึ้นช่วงปลายปี

อัตราค่าไฟฟ้าปลายปีมีโอกาสแพงขึ้นหลังมีการเพิ่มปริมาณรับซื้อไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทนซึ่งมีต้นทุนสูง ขณะที่เลขานุการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปฏิเสธกระแสข่าวเตรียมเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เพิ่มเป็น 50 สตางค์ต่อลิตร

วันนี้ (23 ก.พ.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "รสนา โตสิตระกูล" โพสต์ข้อความและสำเนาเอกสารว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับข้อร้องเรียนของกลุ่มจับตาปฏิรูปพลังงานไทย และเตรียมตรวจสอบความไม่โปร่งใสของงบประมาณกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานกว่า 9,000 ล้านบาท นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกองทุนฯ ปฏิเสธกรณีนี้ โดยยืนยันว่าเงินกองทุนฯ ยังอยู่ครบ และการใช้เงินเป็นไปตามวัตถุประสงค์ โดยสถานะกองทุนฯ ล่าสุดที่ 36,168 ล้านบาท และกระแสข่าวการเก็บเงินกองทุนฯ เพิ่มอีก 25 สตางค์ เป็นเพียงแนวคิดของหนึ่งในกรรมการกองทุนฯ แต่ไม่ได้หยิบยกมาพิจารณา นอกจากนี้คณะกรรมการกองทุนฯ วางกรอบการใช้เงิน 5 ปี เน้นการส่งเสริมคิดค้นนวัตกรรมพลังงาน ด้านการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ร้อยละ 67 แผนส่งเสริมพลังงานทดแทน ร้อยละ 30 และการบริหารเชิงกลยุทธ์ ร้อยละ 3

ขณะที่การพิจารณาอัตราค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (เอฟที) นายวีระพล จิรประดิษฐกุล กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ประเมินว่า จะยังไม่ปรับขึ้นในงวดหน้าเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2559 เพราะราคาน้ำมันเฉลี่ยต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงลดลงบางส่วน แต่ค่าเอฟทีก็ไม่สามารถปรับลดลงได้มาก เพราะราคาก๊าซธรรมชาติยังไม่ลดลงตามน้ำมันทันทีหรือต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน รวมทั้งไฟฟ้าจากเขื่อนซึ่งมีต้นทุนต่ำไม่สามารถผลิตได้ เพราะปัญหาภัยแล้ง แต่ช่วงปลายปีค่าเอฟทีอาจมีโอกาสปรับขึ้น เพราะการผลิตไฟฟ้าเข้าระบบของโซลาร์ฟาร์มค้างท่อ 300-400 เมกะวัตต์ ทำให้มีต้นทุนสูงกว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ

กลับขึ้นด้านบน