ส่งผลสอบ ตร.คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้ ผบ.ตร.พบมีเอี่ยว 9 นาย

ส่งผลสอบ ตร.คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้ ผบ.ตร.พบมีเอี่ยว 9 นาย

ส่งผลสอบ ตร.คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้ ผบ.ตร.พบมีเอี่ยว 9 นาย

รูปข่าว : ส่งผลสอบ ตร.คดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้ ผบ.ตร.พบมีเอี่ยว 9 นาย

รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่าส่งรายงานการตรวจสอบตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้ว พบมีตำรวจ 9 นายเกี่ยวข้องและมีรายงานถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

วันนี้ (5 เม.ย.2559) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้ส่งผลสอบสวนตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไปตั้งแต่วันที่ 31 มี.ค.2559 โดยยอมรับว่าตรวจสอบสำนวนพบข้อบกพร่องจริงหลายจุดในสำนวนที่ไม่เป็นไปตามข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นการส่อพิรุธและเป็นการทำสำนวนไม่ปกติ จากนี้เป็นขั้นตอนในทางวินัยซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นผู้ตรวจสอบและมีคำสั่ง

สำหรับรายชื่อตำรวจที่เกี่ยวข้องมี 9 นาย โดยมีทั้งตำแหน่งผู้กำกับการ, รองผู้กำกับ, พนักงานสอบสวน ร้อยเวรรับเรื่องในขณะนั้น โดยทั้ง 9 นายมีทั้งที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำรวจนครบาลทองหล่อและย้ายไปปฏิบัติราชการที่อื่น มีรายงานว่าขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งกรรมการสอบสวนตำรวจทั้ง 9 นายแล้ว

ด้าน พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เกี่ยวกับการทำสำนวน ดำเนินคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา ที่ก่อเหตุขับรถชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 แต่ไม่สามารถนำตัวส่งฟ้องดำเนินคดีจนทำให้บางข้อหาขาดอายุความ

โดยรายงานดังกล่าว เป็นขั้นตอนการดำเนินคดี และพนักงานสอบสวนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ได้นำเสนอผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้พิจารณาผลการตรวจสอบแล้ว และได้ส่งให้สำนักงานกฎหมายและคดี ตรวจสอบถึงรายละเอียดอีกครั้งว่าพนักงานสอบสวนทั้งหมด มีความผิด ในกรณีที่ปล่อยให้ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายขาดอายุความ และสั่งไม่ฟ้องข้อหาขับรถขณะเมาสุรา หรือไม่ ซึ่งคาดว่าผลการตรวจสอบจะเสร็จภายในสัปดาห์นี้ และหากพบว่ามีความผิด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกชุด เพื่อมาตรวจสอบความผิดดังกล่าว

สำหรับรายงานฉบับดังกล่าว พล.ต.ท.ศานิตย์ ได้สรุปความเห็นเบื้องต้น พบว่ามีความไม่ชอบมาพากลของคดี และพนักงานสอบสวนมีการประวิงเวลาจนทำให้บางข้อหาขาดอายุความ

 

สำหรับคดีทายาทเครื่องดื่มชูกำลังเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 การต่อสู้คดี ทนายความผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมในคดีไปทางอัยการสูงสุดถึง 6 ครั้ง ส่วนตัวผู้ต้องหาไม่ไปพบตำรวจเพื่อส่งสำนวนฟ้องและทำให้คดีขับรถเร็วหมดอายุความ แต่ก็ยังมีอีก 2 คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่มีการสั่งฟ้อง

กลับขึ้นด้านบน