กกต.เผยโรงพิมพ์ 16 แห่งสนใจจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ-นัดเปิดซองประกวดราคา 15 มิ.ย.

กกต.เผยโรงพิมพ์ 16 แห่งสนใจจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ-นัดเปิดซองประกวดราคา 15 มิ.ย.

กกต.เผยโรงพิมพ์ 16 แห่งสนใจจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ-นัดเปิดซองประกวดราคา 15 มิ.ย.

รูปข่าว : กกต.เผยโรงพิมพ์ 16 แห่งสนใจจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ-นัดเปิดซองประกวดราคา 15 มิ.ย.

กกต.เผยการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติอยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา ซึ่งมีโรงพิมพ์ให้ความสนใจ 16 แห่ง โดยนัดหมายเปิดซองในวันที่ 15 มิ.ย.2559

วันนี้ (10 มิ.ย.2559) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.เปิดเผยความคืบหน้าการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติจำนวน 53 ล้านใบว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการประกวดราคา มีโรงพิมพ์ที่มีศักยภาพในการดำเนินการมาขอรับรายละเอียดแล้ว 16 แห่ง โดย กกต.ได้นัดหมายเปิดซองประกวดราคาในวันที่ 15 มิ.ย.2559 มีหลักการพิจารณา 2 ขั้นตอน คือพิจารณาว่าโรงพิมพ์มีศักยภาพจัดพิมพ์เสร็จตามกำหนดหรือไม่ และพิจารณาราคา โดยผู้ชนะการประกวดราคาจะต้องดำเนินการจัดพิมพ์ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือน มิ.ย. เพื่อจัดส่งไปยังหน่วยออกเสียงจำนวน 98,303 หน่วยทั่วประเทศก่อนวันออกเสียงประชามติ

ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมีความกังวลเรื่องการปลอมแปลงบัตรออกเสียงประชามตินั้น ไม่กังวล เนื่องจาก กกต.มีมาตรการป้องกันความปลอดภัยในกระบวนการจัดพิมพ์บัตรออกเสียงประชามติ โดยทุกปีจะใช้หมึกพิมพ์รหัสตัวเลขพิเศษใส่ไว้ในบัตร ซึ่งจะรักษาไว้เป็นความลับจนถึงวันออกเสียงประชามติ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปลอมแปลงบัตรออกเสียง นอกจากนี้ ยังจัดเวรยามดูแลความปลอดภัยในการจัดพิมพ์ตลอด 24 ชั่วโมง จึงเชื่อมั่นได้ว่าจะไม่มีบัตรออกเสียงประชามติหลุดออกไปแล้วนำไปจัดพิมพ์เป็นบัตรปลอมได้อย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน นายสมชัยได้เปิดตัวจุลสารออกเสียงประชามติ (บุ๊กเล็ต) ขนาดเอห้า จำนวน 12 หน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดพิมพ์ทั้งหมด 20 ล้านเล่ม โดย 17 ล้านเล่มจะนำส่ง 17 ล้านครัวเรือน พร้อมหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน และอีก 3 ล้านเล่มได้สั่งให้จัดพิมพ์เพิ่มเติม เพื่อแจกจ่ายในการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ประชาชนในเดือน ก.ค.โดยภายในจะมีเนื้อหาขั้นตอนการออกเสียงประชามติ 2 หน้า สาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ 4 หน้า สรุปประเด็นคำถามพ่วงประชามติ 2 หน้า และคำเชิญชวนไปใช้สิทธิ์ของ กกต.

ทั้งนี้ จะแปลเป็นภาษาอังกฤษเพิ่มเติม เพื่อแจกให้กับชาวต่างชาติที่เข้ามาสังเกตการณ์ ซึ่งจนถึงตอนนี้มีเพียงองค์กรเดียว คือกลุ่มเครือข่ายเลือกตั้งเสรีแห่งเอเชีย (อันเฟรลล์) โดย กกต.จะอำนวยความสะดวกด้านยานพาหนะไปยังหน่วยออกเสียงและล่ามแปลภาษา

กลับขึ้นด้านบน