ครึ่งเช้าลงประชามติพบฉีกบัตรแล้ว 7 ครั้ง ส่วนใหญ่เข้าใจผิด

ครึ่งเช้าลงประชามติพบฉีกบัตรแล้ว 7 ครั้ง ส่วนใหญ่เข้าใจผิด

ครึ่งเช้าลงประชามติพบฉีกบัตรแล้ว 7 ครั้ง ส่วนใหญ่เข้าใจผิด

รูปข่าว : ครึ่งเช้าลงประชามติพบฉีกบัตรแล้ว 7 ครั้ง ส่วนใหญ่เข้าใจผิด

ครึ่งวันเช้าในการเปิดลงประชามติ เจ้าหน้าที่พบการกระทำผิดด้วยการฉีกบัตรเลือกตั้ง 7 ครั้ง ใน จ.กาญจนบุรี ปทุมธานี นครสวรรค์และ กรุงเทพ

วันนี้ (7 ส.ค.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการลงประชามติในช่วงเช้าที่ผ่านมาจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งในหลายพื้นที่พบการกระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ โดยเฉพาะการฉีกบัตรออกเสียง รวม 5 ครั้ง ดังนี้

จ.กาญจนบุรี ที่หน่วยเลือกตั้งตำบลเกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีผู้ใช้สิทธิ์ฉีกบัตรในคูหา ทราบชื่อคือ นางเมือง หนุนภักดี อายุ 88 ปี จากการสอบถามนางเมืองให้การว่า ที่ฉีกบัตรเพราะเกิดจากความเข้าใจผิด เนื่องจากเห็นว่า บัตรลงประชามติมี 2 ข้อ แบ่งออกจากกันชัดเจนจึงเข้าใจว่า ต้องฉีกบัตรออกเป็น 2 ส่วน แล้วใส่ลงในกล่อง 2 กล่อง ไม่ได้มีเจตนาก่อความวุ่นวาย หรือทำลายบัตรเพื่อเหตุผลอื่นแต่อย่างใด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง ประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป

ส่วนที่ จ.พะเยา นายสุรพันธ์ บรรจบ อายุ 48 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 13 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ได้ฉีกบัตรลงประชามติ เนื่องจากเข้าใจผิดเพราะเห็นว่าบัตรมี 2 ส่วน และมีสีแตกต่างกัน จึงคิดว่าต้องฉีกตามรอยพับของบัตรเพื่อนำไปหย่อนในกล่องลงคะแนน ด้านนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา ได้สอบถามและกักตัวนายสุรพันธ์ไว้เพื่อดำเนินคดี เนื่องจากการฉีกบัตรลงประชามติ มีความผิดตาม พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ

นอกจากนี้ ที่ จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยลงประชามติที่ 84 ตำบลนครสวรรค์ตก อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ นำตัวนายไพบูลย์ ศุภรัตน์ อายุ 54 ปี บ้านเลขที่382 หมู่10 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมของกลางบัตรออกเสียงประชามิติร่างฯ 1 ใบ ที่ถูกนายไพบูลย์ ศุภรัตน์ ฉีกขาดออกเป็นสองส่วน

เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนนายไพบูลย์ ศุภรัตน์ ให้การว่า การฉีกบัตรออกเสียงประชามติในครั้งนี้ตนเองไม่ได้ตั้งใจ โดยการฉีกบัตรลงประชามติเนื่องจากเข้าใจผิดคิดว่าบัตรนั้นมี 2 ส่วนคือส่วนรับร่างและส่วนของคำถามพ่วง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาทำลายบัตรที่มีไว้ออกเสียงประชามติโดยไม่มีอำนาจ และควบคุมตัวนายไพบูลย์ ไว้ดำเนินคดีต่อไป

ขณะที่ ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น.ที่ผ่านมา หน่วยออกเสียงประชามติสำนักงานเขตบางนา กรุงเทพฯ นายปิยรัฐ จงเทพ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ฉีกบัตรออกเสียงประชามติ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวแล้ว

นายปิยรัฐ ได้แถลงการณ์ระบุว่า สิ่งที่ตนกระทำไปนั้นตัดสินใจไปด้วยเหตุผล มีสติครบสมบูรณ์ไม่ได้เสพสุราหรือของมึนเมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความพยายามทำตามเจตจำนงเสรี ตามจิตสำนึกของพลเมือง ไม่ขอหลีกหนีและไม่รู้สึกหวาดกลัวใดๆ และจะขอสู้คดีในชั้นศาล ให้เห็นถึงการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมในการทำประชามติครั้งนี้

จ. ตาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าสองยาง อ.ท่าสองยาง .ตาก ควบคุมตัว น.ส.รัตนาภรณ์ เจนจบเอี่ยมลออ อายุ 21 ปี บ้านเลขที่ 481 หมู่ที่ 2 ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง หลังจาก น.ส.รัตนาภรณ์ไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติที่หน่วยออกเสียงที่ 26 โรงเรียนแม่สลิดหลวงวิทยา หมู่ที่ 2 โดยหลังจากรับออกเสียงประชามติไปแล้ว

น.ส.รัตนาภรณ์ได้ฉีกบัตร ออกเป็น 2 ส่วน เมื่อเจ้าหน้าที่พบจึงเข้าไปสอบถามโดย น.ส.รัตนาภรณ์ให้เหตุผลว่า ไม่รู้ว่าจะกาอย่างไรจึงฉีกบัตรโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำหน่วยควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำ 

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี เปิดเผยว่า ทำการสอบสวนผู้ทำลายบัตรการออกเสียงประชามติ 2 กรณี คือ ชายอายุ 18 ปี ที่หน่วยออกเสียงที่ 8 คาซาลิน่า 2 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ โดยชายคนดังกล่าวเพิ่งใช้สิทธิ์เป็นครั้งแรกและเห็นว่าบัตรมีรอยปรุ จึงเข้าใจผิดว่าให้ฉีกบัตรตามรอยปรุ

ส่วนอีกกรณีเป็นหญิงวัย 55 ปี ฉีกบัตรเลือกออกเสียงที่โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน 2 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เนื่องจากเห็นว่าบัตรออกเสียงประชามติมี 2 สี จึงเข้าใจผิดว่าให้ฉีกบัตรเพื่อหย่อนลงหีบลงคะแนน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี สอบปากคำทั้ง 2 กรณีแล้ว ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว คาดว่า ไม่มีเจตนาทำลายบัตร จากนี้เจ้าหน้าที่จะรอจนถึงช่วงปิดหีบออกเสียงประชามติ เพื่อนำบัตรทั้ง 2 ใบที่ถูกฉีกและหย่อนลงในหีบบัตรลงคะแนน มารวบรวมพยานหลักฐานเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาดำเนินการต่อไป

กลับขึ้นด้านบน