สนช.ชี้ ผลประชามติสะท้อนความต้องการ ปชช. เชื่อสถานการณ์ประเทศดีขึ้น

สนช.ชี้ ผลประชามติสะท้อนความต้องการ ปชช. เชื่อสถานการณ์ประเทศดีขึ้น

สนช.ชี้ ผลประชามติสะท้อนความต้องการ ปชช. เชื่อสถานการณ์ประเทศดีขึ้น

รูปข่าว : สนช.ชี้ ผลประชามติสะท้อนความต้องการ ปชช. เชื่อสถานการณ์ประเทศดีขึ้น

"สุรชัย" รองประธาน สนช.คนที่ 1 ชี้ผลประชามติสะท้อนความต้องการของประชาชน เชื่อสถานการณ์ของประเทศดีขึ้น ขณะที่ต่างประเทศมั่นใจเพราะเห็นความพยายามในการเปลี่ยนผ่าน รอฝ่ายความั่นคงพิจารณาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้หรือไม่

วันนี้ (7 ส.ค. 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ร่วมติดตามผลประชามติ กับ นายกล้านรงค์ จันทิก นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ พล.อ.สกลธ์ สัจจานิตย์ นายทวีศักดิ์ สูทกวาทิน นอกจากยังมีนายคำนูณ สิทธิสมาน นายวันชัย สอนศิริ นายเสรี สุวรรณภานนท์ และ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่อาคารรัฐสภา 2 โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น หลังคะแนนเห็นชอบอย่างไม่เป็นทางการทิ้งห่างค่อนข้างมาก

นายสุรชัย กล่าวว่า จากการติดตามผลการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงในขณะนี้ ซึ่งดำเนินการไปเกินกว่าครึ่ง พบว่าประชาชนเห็นชอบทั้งร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงมากกว่า เป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชน ที่อยากประเทศเดินหน้าตามโรดแมป พร้อมกับการปฏิรูปประเทศให้ต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นการสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็น

“แม้หลายพรรคการเมืองจะแสดงจุดยืนของตนเอง แต่ผลของประชามติจะเป็นตัวยืนยันว่า ประชาชนไม่ได้เห็นคล้ายตามพรรคการเมืองเสมอไป ทั้งนี้ หากท้ายที่สุดผลอย่างเป็นทางการออกมาแล้วไม่เปลี่ยนแปลงไปจากนี้ จะเป็นภารกิจที่ คสช.และ สนช.ต้องดูแลบ้านเมืองสนองความต้องการของประชาชนต่อไป ขณะที่รัฐบาลในอนาคตก็ต้องสืบทอดภารกิจตามความต้องการของประชาชน เพราะกระบวนการประชามติเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชาชน เราต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องปฏิเสธผลประชามติครั้งนี้” รองประธาน สนช.คนที่ 1 ระบุ

นายสุรชัยกล่าวต่ออีกว่า จากนี้ เป็นหน้าที่ กรธ.ที่จะต้องปรับปรุงเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกับคำถามพ่วง ก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญต่อไป อย่างไรก็ตาม สถานการณ์บ้านเมืองหลังจากนี้ น่าจะเรียบร้อย ถ้าทุกคนเคารพกติกาอยากเห็นประเทศเดินตามโรดแมป และเชื่อว่าต่างประเทศจะให้ความมั่นใจต่อประเทศไทยมากขึ้น เพราะเห็นถึงความพยายามในความต้องการการเปลี่ยนผ่านประเทศ

เชื่อว่าจากนี้ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในทางที่ดี บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น ซึ่งฝ่ายความมั่นคงจะพิจารณาสถานการณ์เองว่าควรเปิดให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมได้แล้วหรือไม่ และทุกฝ่ายควรหันหน้ามาจับมือกันเพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทย” นายสุรชัยกล่าว

กลับขึ้นด้านบน