ทช.บุกตราดตรวจที่ดิน “เจียรวนนท์” รุกป่าสงวนฯ

ทช.บุกตราดตรวจที่ดิน “เจียรวนนท์” รุกป่าสงวนฯ

ทช.บุกตราดตรวจที่ดิน “เจียรวนนท์” รุกป่าสงวนฯ

รูปข่าว : ทช.บุกตราดตรวจที่ดิน “เจียรวนนท์” รุกป่าสงวนฯ

วันนี้ (21 ก.ย.) เวลา 08.30 น. นายรัชชัย พรภา หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายธีรัตน์ ธีระวุฒิพันธ์ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและป่าชายเลน พร้อมด้วย น.ต.ชาญศิลป์ พันภาวงศ์ กอ.รมน.จ.ตราด ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอ.เขาสมิง อบต.ท่าโสม และกำนันผู้ใหญ่บ้าน พร้อมตำรวจจาก สภ.เขาสมิง และเจ้าท่าจังหวัดตราด ประชุมร่วมกันที่ อบต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด เพื่อชี้แจงการเข้าตรวจสอบ ท่าเทียบเรือและบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าโสม ต.ท่าโสม

 

จากนั้นเวลา 10.00 น. หัวชุดปฏิบัติการเดินทางเข้าตรวจสอบ บ้านพักและท่าเทียบเรือของ นายจรัล เจียรวนนท์ โดยมี นายอนันต์ สว่างไสว รับเป็นผู้ดูแลที่ดินทั้งหมด นำชุดฉลามขาว เข้าตรวจสอบพื้นที่ ประกอบด้วย ท่าจอดเรือสำราญ (เรือยอร์ช) สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ บ้านพัก (บ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ) ในการตรวจสอบครั้งนี้นำอุปกรณ์วัดพิกัดจีพีเอส และเจ้าหน้าที่รังวัดเข้าดำเนินการตรวจสอบ ตามโฉนดที่ทางสำนักงานที่ดินอำเภอเขาสมิงได้ออกไว้ให้ จำนวน 6 แปลง โดยการรังวัดตามหลักโฉนดที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตามโฉนดที่ออกมาดังกล่าวข้างต้นอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าท่าโสม ซึ่งมีการออกโฉนดที่ดินทับไปยังป่าสงวนแห่งชาติกว่า 60 ไร่

 

นายชัชชัยเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้เข้าตรวจสอบรังวัดแนวเขตที่ดินมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อวันที่ 17 เม.ย.2559 การมาในวันนี้เพื่อตรวจสอบแนวเขตที่ดินอีกครั้งว่าอยู่บริเวณใด เนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เกือบทั้งหมด ซึ่งตัวเลขทั้งหมดยังไม่สามารถระบุได้ แต่จากการประเมินมีกว่า 60 ไร่ ส่วนบริเวณท่าเรือ ยังต้องหารือกับเจ้าท่าว่าพื้นที่ตั้งติดกับป่าสงวนแห่งชาติมากน้อยเพียงใด หลังจากนั้นจะได้วัดแนวระวางและนำไปทาบกับพิกัดในเขตของป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะทราบว่ามีจำนวนการบุกรุกกี่ไร่ตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งจะดำเนินคดีกับผู้บุกรุกด้วย หากพบว่ากระทำความผิดสำหรับเป้าหมายที่ 2 ยังไม่ได้ดำเนินการในวันนี้ เนื่องจากมีเวลาไม่เพียงพอ

 

ด้านนายอนันต์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ขอมาตรวจสอบและรังวัดแนวเขตอย่างละเอียดเป็นครั้งที่ 2 โดยขณะนี้ยังไม่ทราบว่า มีพื้นที่อยู่ในโฉนดที่ถูกต้องจำนวนเท่าไร และส่วนที่บุกรุกเข้าไปในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติจำนวนเท่าใด แต่จะหารือกับเจ้าหน้าที่ หลังจากที่ดำเนินการเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ที่เกินจากโฉนดที่ดินเข้าไปในส่วนของป่าสงวนแห่งชาติ ก็พร้อมจะคืนให้กับทางราชการ

กลับขึ้นด้านบน