ขึ้นบัญชีดำขบวนการค้าเนื้อเถื่อน เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

ขึ้นบัญชีดำขบวนการค้าเนื้อเถื่อน เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

ขึ้นบัญชีดำขบวนการค้าเนื้อเถื่อน เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

รูปข่าว : ขึ้นบัญชีดำขบวนการค้าเนื้อเถื่อน เข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

หน่วยข่าว กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เร่งตรวจสอบขบวนการค้าเนื้อเถื่อนเพื่อเสนอ ทภ.4 ขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพล เพราะมีข้อมูลว่าเป็นขบวนการและมี จนท.รัฐรับผลประโยชน์ เปิดเส้นทางขนส่งเนื้อเถื่อนข้ามประเทศ

วันนี้ (24 ก.ย.2559) ตำรวจภูธรสะเดา จ.สงขลา เข้าตรวจสอบแผงขายเนื้อตลาดสด อ.สะเดา เพื่อดูปริมาณการขายเนื้อโคและเนื้อกระบือแช่แข็งจากประเทศอินเดีย แต่ไม่พบเนื้อเถื่อนขายในตลาด พ่อค้าแม่ค้าตลาดแห่งนี้ เน้นขายเฉพาะเนื้อชำแหละในประเทศ แม้อยู่ใกล้พรมแดนลักลอบนำเข้าเนื้อ เพราะผู้บริโภครู้ว่าเนื้อเถื่อนไม่ผ่านการตรวจโรคจึงใช้เนื้อชำแหละในประเทศบริโภค

หน่วยงานด้านการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า บอกว่าขณะนี้รู้ชื่อและกลุ่มค้าเนื้อเถื่อนปาดังเปซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา แล้ว พบข้อมูลว่าทำเป็นขบวนการใหญ่ลักลอบขนส่งเนื้อเข้าประเทศแต่ละครั้งมากับรถบรรทุกห้องเย็นหรือรถยนต์กระบะดัดแปลง ไม่ได้ขนส่งแบบกองทัพมดเหมือนผู้ค้ารายย่อย มีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานรับผลประโยชน์เปิดเส้นทางอำนวยความสะดวก ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูล เสนอกองทัพภาค 4 ขึ้นบัญชีผู้มีอิทธิพลเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน

คดีทหารบุกจับโกดังเนื้อเถื่อนที่ปาดังเปซาร์ อ.สะเดา เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เนื้อโคและเนื้อกระบือแช่แข็งกว่า 15 ตัน ผู้ต้องหา 8 คน ถูกตั้งข้อสังเกตจากทหารว่าด่านศุลกากรปาดังเปซาร์พยายามปกปิดหลักฐานสำคัญ หลังจากทหารขอภาพกล้องวงจรปิดบันทึกการลักลอบนำเข้าเนื้อเถื่อนเข้าประเทศ แต่ด่านศุลกากรอ้างว่ากล้องวงจรปิดใช้การไม่ได้ ทำให้คดีนี้อัยการยังไม่สั่งฟ้องผู้ต้องหา แม้เลยเวลามาแล้วกว่า 3 เดือน

 

กลับขึ้นด้านบน