"ฮิลลารี-ทรัมพ์" เตรียมเปิดศึกโต้ประชันวิสัยทัศน์ชิงตำแหน่ง ปธน.สหรัฐฯ

"ฮิลลารี-ทรัมพ์" เตรียมเปิดศึกโต้ประชันวิสัยทัศน์ชิงตำแหน่ง ปธน.สหรัฐฯ

"ฮิลลารี-ทรัมพ์" เตรียมเปิดศึกโต้ประชันวิสัยทัศน์ชิงตำแหน่ง ปธน.สหรัฐฯ

รูปข่าว : "ฮิลลารี-ทรัมพ์" เตรียมเปิดศึกโต้ประชันวิสัยทัศน์ชิงตำแหน่ง ปธน.สหรัฐฯ

วันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.2559) จะเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเรียกคะแนนจากชาวอเมริกันที่มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อนางฮิลลารี คลินตัน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะเปิดศึกโต้อภิปรายประชันวิสัยทัศน์เป็นครั้งแรกกับนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ตัวแทนพรรครีพับลิกัน

ศึกโต้อภิปรายประชันวิสัยทัศน์ระหว่างนางฮิลลารี คลินตันกับนายโดนัลด์ ทรัมพ์ ซึ่งเป็นการเผชิญหน้ากันบนเวทีเป็นครั้งแรกจากทั้งหมด 3 ครั้ง จะเปิดฉากขึ้นในวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย.2559) ที่มหาวิทยาลัยฮอฟสตรา (Hofstra) เมืองเฮมป์สเตด รัฐนิวยอร์ก โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเวทีสำหรับคู่ชิงประธานาธิบดีเรียบร้อยแล้ว โดยศึกโต้อภิปรายจะเป็นโอกาสทองที่ผู้สมัครทั้ง 2 จะเรียกคะแนนจากชาวอเมริกันผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร หลังจากที่ทั้งคู่หาเสียงโจมตีกันอย่างเผ็ดร้อนและพยายามใส่ไฟว่าอีกฝ่ายไม่น่าเชื่อถือและเป็นอันตรายต่อประเทศ

นายจอห์น โพเดสตา ประธานรณรงค์หาเสียงของนางคลินตันเปิดเผยในรายการ "Meet The Press" ทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ว่า นางคลินตันจะเน้นการโต้อภิปรายในประเด็นเรื่องพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อชาวอเมริกันทุกคน ไม่ใช่เพื่อกลุ่มคนระดับต้น แต่ก็ต้องเจอกับการท้าทายจากนายทรัมพ์ที่จะโต้แแย้งว่าไม่เป็นความจริง ขณะที่ พล.ท.ไมเคิล ฟลินน์ ที่ปรึกษาของทรัมพ์ชี้ว่าทรัมพ์หาเสียงแบบเข้าถึงชาวอเมริกันทุกกลุ่มทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งในผลสำรวจความนิยม

ศึกโต้อภิปรายซึ่งจะดำเนินไปเป็นเวลา 90 นาที มีขึ้นในขณะที่คะแนนนิยมของนายทรัมพ์กลับมาตีตื้นนางคลินตัน ซึ่งเคยมีคะแนนทิ้งห่างทรัมพ์ในก่อนหน้านี้ โดยผลสำรวจล่าสุดของสำนักข่าวรอยเตอร์ร่วมกับอิปซอส (Ipsos) ซึ่งออกมาเมื่อวันที่ 23 ก.ย.2559 ปรากฎว่านางคลินตันมีคะแนนนำทรัพม์เพียง 4 จุด

บริษัทนีลเสน ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับ คาดว่าศึกโต้อภิปรายในครั้งนี้จะมีผู้ชมทางทีวีมากสุดเป็นประวัติการณ์และมากกว่าเมื่อครั้งการโต้อภิปรายระหว่างประธานาธิบดีบารัค โอบามากับนายมิตต์ รอมนี่ย์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกันในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2555 ซึ่งมียอดผู้ชมทางโทรทัศน์อยู่ที่ 46.2 ล้านครัวเรือน

กลับขึ้นด้านบน