โรงเรียนอ่วมจมน้ำหนัก 149 แห่ง -ชาวบ้านร้อง“นายกรัฐมนตรี” เร่งแก้น้ำท่วมภาคใต้

โรงเรียนอ่วมจมน้ำหนัก 149 แห่ง -ชาวบ้านร้อง“นายกรัฐมนตรี” เร่งแก้น้ำท่วมภาคใต้

โรงเรียนอ่วมจมน้ำหนัก 149 แห่ง -ชาวบ้านร้อง“นายกรัฐมนตรี” เร่งแก้น้ำท่วมภาคใต้

รูปข่าว : โรงเรียนอ่วมจมน้ำหนัก 149 แห่ง -ชาวบ้านร้อง“นายกรัฐมนตรี” เร่งแก้น้ำท่วมภาคใต้

เร่งเยียวยาสถานศึกษาเกือบ 150 แห่งเสียหายหนักหลังจมน้ำท่วม 2 สัปดาห์ ขณะที่เกษตรกร เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะลงพื้นที่เยียมชาวบ้านที่จ.นครศรีธรรมราช วางมาตรการแก้น้ำท่วมลุ่มน้ำปากพนัง อย่างยั่งยืน

วันนี้ (15 ธ.ค.2559) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยจะเดินทางไปที่ วัดวารีปาโมกข์ เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจ มอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยในอ.ระโนด จ.สงขลา พร้อมทั้งมีกำหนดการลงเรือตรวจเยี่ยมประชาชนในทะเลสาบสงขลา

สำหรับสถานการณ์น้ำที่ท่วมในพื้นที่สงขลา พบว่า ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ในบางพื้นที่ เช่น ต.เกาะทวด อ.ปากพนัง ถูกน้ำท่วมมากว่า 2 สัปดาห์แล้วระดับน้ำไม่มีทีท่าว่าจะลดลง

นายชมศักดิ์ ประทุมสุวรรณ เกษตรกรในตำบลเกาะทวด ระบุว่า ไม่มั่นใจการทำงานของชล ประทาน จึงเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอย่างจริงจัง พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วม ได้รับความเสียหายอย่างหนักโดยเฉพาะสวนส้มโอทับทิมสยาม และไม้ผลอื่นๆ ที่กำลังทยอยตายอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่มอบ เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องเขียน และของใช้ที่จำเป็น รวมถึงมอบเงินช่วยเหลือสถานศึกษา ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่อำเภออ.ระโนด จ.สงขลา


พล.อ.สุรเชษฐ์ เน้นย้ำถึงความห่วงใยเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ของรัฐบาล โดยได้รับทราบสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อนำไปแก้ไขและฟื้นฟูสภาพของโรงเรียน โดยได้เน้นย้ำให้ผู้เกี่ยวข้องจัดการศึกษาที่มีคุณภาพให้แก่นักเรียนอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีเหตุอุทกภัยก็ตาม ทั้งนี้ ในส่วนของการฟื้นฟูอาคารเรียน จะติดตามเร่งรัดให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้พื้นที่อ.ระโนด จ.สงขลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากเหตุน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอริมทะเลสาบสงขลา มีสถานศึกษาในพื้นที่ จำนวน 696 แห่งได้รับผลกระทบจำนวน 149 แห่ง แบ่งเป็น สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 ได้รับผลกระทบ 13 แห่ง ความเสียหาย 8,205,000 บาท สถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ได้รับผลกระทบ 123 แห่งมูลค่าเสียหาย 37,800,106 บาท


ส่วนสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน 30 โรง ได้รับผลกระทบ จำนวน 4 แห่ง ประมาณการความเสียหาย 736,500 บาท เช่นเดียวกับสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ได้รับผลกระทบ  1 แห่ง และสถานศึกษาสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  ได้รับผลกระทบ จำนวน 8 แห่ง มูลค่าความเสียหาย 575,100 บาท รวมมูลค่าความเสียหายของสถานศึกษาทั้งหมดกว่า 47ล้านบาท

กลับขึ้นด้านบน