สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

รูปข่าว : สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ และพระราชทานลายพระหัตถ์ เป็นกำลังใจกับประชาชนทุกคน

วันนี้ (13 ม.ค.2560) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระมหากรุณาธิคุณ ให้เข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เมื่อคืนนี้ พร้อมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและองคมนตรี โดยกระทรวงมหาดไทยได้ถวายรายงานสถานการณ์ ตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน ด้วยทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้พร้อมทั้งทรงห่วงใยประชาชนในหลายประการ โดยมีกระแสรับสั่งให้ช่วยเหลือประชาชน เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

พร้อมทั้งบูรณาการลดความซ้ำซ้อนและแก้ปัญหาระยะยาว และให้น้อมนำแนวพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงศึกษาค้นคว้าตลอด 70 ปี และทรงพระราชทานไว้ มาดำเนินการและปฏิบัติตาม

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้นำลายพระหัตถ์พระราชทาน มาแสดงให้เห็นว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานลายพระหัตถ์ ให้กำลังใจทุกคน ที่จะร่วมกันฟื้นฟูและพัฒนา เพื่อขวัญที่ดี จิตใจ ร่างกายที่เข้มแข็ง นำมาซึ่งความสุข และความมั่นคงของชาติ โดยพระองค์ทรงห่วงใยทุกคน ทั้งข้าราชการ ตำรวจ ทหาร ประชาชน และทรงรับสั่งว่า ในปี 2554 ทรงอดทนกับน้ำท่วม พร้อมกับพระราชทานว่า ทุกข์ไปด้วยกันและสุขไปด้วยกัน และยังทรงให้หน่วยบัญชการถวายความปลอดภัย เข้าร่วมปฏิบัติกับหน่วยทหาร เพื่อช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้ด้วย

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีกระแสรับสั่งให้ทุกคนมีความรักสามัคคี อยู่ในความสงบ ร่วมกันทำให้บ้านเมืองปลอดภัยยั่งยืน เป็นที่เชื่อมั่นของนานาประเทศ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะน้อมนำกระแสรับสั่งไปปฏิบัติให้เกิดความเรียบร้อยต่อไป

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะบ้านเรือนริมแม่น้ำตาปี ที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

ระดับน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่หลายตำบลของอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนในหลายจุดต้องเร่งอพยพเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปไว้ในที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย ซึ่งสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอพุนพินถือว่าค่อนข้างวิกฤติ โดยเฉพาะประชาชนซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ติดริมแม่น้ำตาปีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 3 เมตร

ด้านทหารเรือก็ใช้เครื่องจักรเร่งผลักดันน้ำจากใต้สะพานจุลจอมเกล้า เทศบาลเมืองท่าข้าม อำเภอพุนพิน เพื่อช่วยให้มวลน้ำในพื้นที่ตอนบน ไหลลงสู่ทะเลได้เร็วขึ้น เพื่อลดผลกระทบให้กับประชาชน

ขณะเดียวกันในวันนี้ ทางกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยแห่งชาติส่วนหน้า ซึ่งมีการบูรณาการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน ก็ได้มีการประชุมร่วมกันกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อประเมินผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมในหลายจังหวัดในช่วงที่ผ่านมารวมถึงวางแผนรองรับภาวะฝนตกหนักในภาคใต้ในช่วงกลางเดือนนี้ตามการแจ้งเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา

ทางด้านนายแพทย์ขจรศักดิ์ แก้วจรัส นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุราษฎร์ธานีขอความร่วมมือประชาชนอย่าขับถ่ายลงน้ำ เพราะจะทำให้เกิดโรคระบาดตามมาได้ และควรใช้ห้องน้ำบ้านบางหลังที่ไม่ท่วม หรือออกไปอาศัยบ้านญาติชั่วคราว แต่หากทำไม่ได้ให้ใช้ถุงดำสองชั้นเป็นที่กักเก็บอย่าทิ้งลงน้ำส่วนภาพรวมสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสุราษฎร์ธานี พื้นที่รับน้ำด้านบนในอำเภอพระแสง บ้านนาสาร ระดับน้ำเริ่มลดลง ส่วนพื้นที่อำเภอบ้านนาเดิม เคียนซา และอำเภอพุนพิน ระดับน้ำยังคงท่วมสูงประชาชนยังคงได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

 

กลับขึ้นด้านบน