ทส.โชว์ผลงานยึดคืน 4 แสนไร่รุกป่า เล็งอีก 1,000 เกาะนำร่องสตูล–พังงา

ทส.โชว์ผลงานยึดคืน 4 แสนไร่รุกป่า เล็งอีก 1,000 เกาะนำร่องสตูล–พังงา

ทส.โชว์ผลงานยึดคืน 4 แสนไร่รุกป่า เล็งอีก 1,000 เกาะนำร่องสตูล–พังงา

รูปข่าว : ทส.โชว์ผลงานยึดคืน 4 แสนไร่รุกป่า เล็งอีก 1,000 เกาะนำร่องสตูล–พังงา

3 ชุดปฏิบัติการทส. ระบุทวงคืนพื้นที่กว่า 4 แสนไร่ เล็งตรวจสอบนายทุนรุกเกาะ 1,000 แห่งทวงคืนป่าอีก 8 หมื่น ไร่ พร้อมชงเสนอ กอ.รมน.ใช้มาตรการพิเศษช่วยตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ ร่นเวลาเพิกถอนที่ดิน หลังต้องใช้เวลา 1 ปี

วันนี้ (17 ก.พ.2560) นายอรรถพล เจริญชันษา ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบ คุมไฟป่า กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงผลการดำเนินการยึดคืนผืนป่า ของ 3 ชุดปฏิบัติการคือ ชุดพยัคฆ์ไพร ชุดพญาเสือ และชุดฉลามขาว โดยบอกว่าภาพรวมสามารถทวงคืนป่าและดำเนินคดีได้ 435,731 ไร่ แบ่งเป็นชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ ดำเนินคดียึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ จำนวน 332,891 ไร่ ชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ดำเนินคดียึดคืนพื้นที่บุกรุกได้จำนวน 85,288 ไร่ และชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชาย ฝั่ง (ทช.) ยึดคืนพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกได้ จำนวน 27,552 ไร่ ซึ่งแบ่งเป็นคดีบุกรุกเก่าก่อนปี 2557 จำนวน 342,105 ไร่ และคดีบุกรุกใหม่หลังปี 2557 จำนวน 88,000 ไร่ จากอดีตตั้งแต่ปี 2545 -2557 ปกติ มีการสูญเสียป่าเฉลี่ยปีละกว่า 600,000 ไร่ แต่ปัจจุบันสูญเสียลดลงอย่างมาก

 

เล็งตรวจนายทุนรุก 1,000 เกาะนำร่องสตูล-พังงา


นายอรรถพล กล่าวว่า  นอกจากนี้เตรียมประสานตำรวจและทหาร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมเข้าตรวจสอบการบุกรุกป่าในพื้นที่เกาะต่างๆทั่วประเทศกว่า 1,000 เกาะ รวมพื้นที่กว่า 1.6 ล้านไร่ เบื้องต้นมีพื้นที่ป่ากว่า 800,000 ไร่ที่คาดว่าจะถูกบุกรุก  อย่างไรก็ตาม  เนื่องจากในการตรวจสอบมีการเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 พ.ร.บ.ป่าไม้พ.ศ.2484   พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พ.ร.บ.ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพ.ศ.2558 และพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติพ.ศ.2504 โดยจะลงพื้นที่แรกที่ จ.สตูล และ พังงา เร็วๆนี้

ขณะที่ผลการตรวจสอบการรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ทั่วประเทศ เมื่อปี พ.ศ.2559 ตรวจพบการบุกรุกจำนวน 1,939 แห่ง ปัจจุบันพบการบุกรุกเพิ่มเติม จำนวน 2,212 แห่ง ดำเนินการตรวจสอบเสร็จแล้ว 761 อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1,266 แห่ง รอการตรวจสอบ 185 แห่ง

 

 

เตรียมสกัดนายทุนซ้ำรอย “ภูทับเบิก 2”

ขณะที่ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร ระบุว่า จากนี้ไปการเดินหน้าตรวจสอบและป้องปรามการบุกรุกป่าเพิ่มเติมในลักษณะที่คล้ายกับภูทับเบิก 2 หรือ ภูทับเบิก 3 ซึ่งต้องรีบลงพื้นที่เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการบุกรุกพื้นที่เพิ่มเติม ในหลายจังหวัดเช่น จ.ระยอง จ.จันทบุรี จ.กาญจนบุรี จ.เชียงใหม่ จ.พะเยา จ.น่าน

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ ระบุว่า ปัญหาส่วนใหญ่ในการเข้าตรวจยึดคืนพื้นที่คือการบุกรุกของกลุ่มนายทุน พบว่าหลายครั้งมีปัญหาในการฟ้องร้องคดีกันในการตรวจสอบสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน

 

จี้กรมที่ดินลดเวลาเพิกถอนจากเดิมนาน 1 ปี

ขณะที่ นายรัชชัย พรพา หัวหน้าชุดฉลามขาว ทช. กล่าวว่า เบื้องต้นทางชุดปฏิบัติการได้ตรวจสอบการบุกรุกเพื่อใช้ประโยชน์ใน 12 จังหวัดโดยส่วนใหญ่เป็นป่าชายเลนที่ถูกบุกรุกกว่า 1 ล้านไร่ พบการบุกรุกเพื่อทำนากุ้ง ในรูปแบบการเกษตรพันธสัญญา หรือคอนแทคฟาร์มมิ่ง เกี่ยวพันกับนายทุน โดยในช่วงปี 2557 -ปัจจุบัน มีการทวงคืนพื้นที่ได้ทั้งหมด 513 คดี ผู้ต้องหา 161 คน พื้นที่ถูกบุกรุก 25,122 ไร่


"ปัญหาการพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินยังมีปัญหา เรื่องความล่าช้า ทั้ง 3 กรมได้หารือกับ กอ.รมน. เพื่อขอมาตรการพิเศษเพื่อขอให้กรมที่ดิน สปก.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการตรวจสอบ และเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 360 วัน เนื่องจากที่ผ่านมากระบวนการดังกล่าวค่อนข้างล่าช้า" นายรัชชัย ระบุ

กลับขึ้นด้านบน