ผนึก 14 มหาวิทยาลัย สร้างเครือข่ายพัฒนาคนรองรับไทยแลนด์ 4.0

ผนึก 14 มหาวิทยาลัย สร้างเครือข่ายพัฒนาคนรองรับไทยแลนด์ 4.0

ผนึก 14 มหาวิทยาลัย สร้างเครือข่ายพัฒนาคนรองรับไทยแลนด์ 4.0

รูปข่าว : ผนึก 14 มหาวิทยาลัย สร้างเครือข่ายพัฒนาคนรองรับไทยแลนด์ 4.0

ภาคเอกชนจับมือ 14 มหาวิทยาลัย สร้างเครือข่ายพันธมิตรยกระดับสะเต็มศึกษา พัฒนา “คนต้นน้ำ” นำร่อง 12 แห่ง เพื่อเป็นพลังสำคัญขับเคลื่อนการเรียนรู้รูปแบบใหม่รองรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

วันนี้(9มี.ค.2560) รศ.นพ. โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลังการลงนามความร่วมมือระหว่าง 12 กลุ่มมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชน ว่า ปัจจุบันการพัฒนาศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ เป็นความท้าทายของประเทศในการเดินหน้าสู่ยุทธ ศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 จึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่ต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพการศึกษาของประเทศเพื่อพัฒนาทักษะเด็กไทยให้ก้าวทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ซึ่งหนึ่งในนโยบายสำคัญตามที่ภาครัฐได้กำหนด คือ มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาครูของโรงเรียนทุกระดับการศึกษารวมทั้งชุมชน

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ เน้นสร้างเครือข่ายพันธมิตรสะเต็มศึกษาที่เข้มแข็ง เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นหน่วยงานที่มีทุนด้านทรัพยากรบุคคลและทุนทางสังคมสูง การเข้ามาเป็นหลักในการระดมความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และท้องถิ่น จึงถือเป็นการพัฒนา “คนต้นน้ำด้านการศึกษา” ครอบคลุมตั้งแต่ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ครูพี่เลี้ยง ครูประจำการ และครูฝึกสอน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและยกระดับการเรียนการสอนด้านสะเต็มศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การสร้างทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ การบูรณาการความคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหาเพื่อนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0

 

ความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข คือ การลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ หรือ การสร้างความเท่าเทียมระหว่างสถานศึกษาขนาดใหญ่ โรงเรียนขยายโอกาสและโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งรูปแบบ “รัฐร่วมเอกชน” จะสามารถตอบโจทย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำแต่ละพื้นที่ได้อย่างตรงจุด 

ที่ผ่านมา 2 ปี ได้รับความร่วมมือจากองค์กร และหน่วยงานการศึกษาในแต่ละพื้นที่เป็นอย่างดี กระทั่งปัจจุบันได้จัดตั้งศูนย์สะเต็ม (STEM HUB)แล้ว 5 แห่ง คือ ที่จังหวัดสงขลา สมุทรปราการ ขอนแก่น เชียงใหม่ และนครศรีธรรมราช โดยมีแผนจะขยายอีก 7 แห่งจนครบตามเป้าหมาย 12 แห่ง ในปีที่ 3 นี้

 

 

ด้านนายปิยะบุตร ชลวิจารณ์ ประธานสถาบันคีนันแห่งเอเซีย กล่าวว่า  วันนี้เริ่มเกิดการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนโดยมีศูนย์สะเต็ม ร่วมกับมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยงสู่โรงเรียนแม่ข่ายและลูกข่าย ช่วยกระตุ้นให้เกิดการติดตาม ประเมินผล และแบ่งปันองค์ความรู้ระหว่างกันขึ้น เห็นได้จากที่ครู เริ่มมีการแบ่งบทบาทหน้าที่แลกเปลี่ยนวิธีใช้หลักสูตรและอุปกรณ์

ขณะที่มหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นจุดตั้งศูนย์สะเต็ม ก็เข้ามาสนับสนุนแนะนำการสอนเพิ่มเติม ทำให้สร้างการมีส่วนร่วมกับมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาท้องถิ่น พร้อมกับการกระตุ้นให้ครูปรับการเรียนการสอนให้เด็กเกิดความสนุกและคิดเป็นมากขึ้น

กลับขึ้นด้านบน