ผบ.ทบ.เชื่อว่าผู้ก่อเหตุป่วนใต้หวังแสดงศักยภาพ

ผบ.ทบ.เชื่อว่าผู้ก่อเหตุป่วนใต้หวังแสดงศักยภาพ

ผบ.ทบ.เชื่อว่าผู้ก่อเหตุป่วนใต้หวังแสดงศักยภาพ

รูปข่าว : ผบ.ทบ.เชื่อว่าผู้ก่อเหตุป่วนใต้หวังแสดงศักยภาพ

ผู้บัญชาการหทารบก เชื่อผู้ลงมือก่อเหตุ 13 จุดในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ หวังที่แสดงศักยภาพ เหตุไม่พอใจที่ผู้เห็นต่างทยอยมอบตัว พร้อมสั่งหาประวัติผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิตทั้ง 2 คน เพื่อเชื่อมโยงหาแนวร่วมผู้เกี่ยวข้องรายอื่น

วันนี้ (21 เม.ย.2560) พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกันกว่า 13 จุด ในคืนวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 8 คน ผู้ก่อเหตุเสียชีวิต 2 คนว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการเลือกเป้าหมายที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย และเป็นเป้าหมายที่อยู่ในวิถี เส้นทางหลัก โดยใช้ยุทธวิธีคือการโยนระเบิดเข้าไปในภาพรวมเชื่อว่า เป็นการแสดงศักยภาพของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเนื่องจากมีการก่อเหตุพร้อมกันในหลายๆพื้นที่


ส่วนความรุนแรงของเหตุการณ์นั้นถือว่าไม่มีผลเสียหายมากนัก โดยในทางปฏิบัติตนได้สั่งการให้หน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะที่เป็นเป้าหมายหลักในเวลานี้ คือ อาสาสมัครและตำรวจ ได้เพิ่มมาตรการวางกำลังป้องกัน และจากการเข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สั่งกำชับอะไรเป็นพิเศษ แต่ห่วงใยในเรื่องของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ จึงฝากให้ไปดูแล



ส่วนเหตุการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับเหตุการณ์การก่อเหตุระเบิด 40 จุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้านี้หรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถหาเหตุผลในการก่อเหตุได้ชัดเจน แต่ตามหลักแล้ว การก่อเหตุพร้อมกันในหลายพื้นที่ เพื่อต้องการแสดงตัวตนของตัวเอง ว่ายังมีศักยภาพอยู่ 

และในช่วงที่ผ่านมาก็มีกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ได้เข้ามอบตัวกับแม่ทัพภาคที่ 4 จำนวนมาก ซึ่งก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความหวั่นไหว และพยายามที่จะดำรงสถานะของตัวเองอยู่ ส่วนกลุ่มก่อเหตุจะเป็นกลุ่มเดิมกับที่เคยก่อเหตุ 40 จุดหรือไม่นั้น ในทางปฏิบัติทราบว่า ผู้ที่เสียชีวิตส่วนหนึ่ง ในจำนวนนั้นมีข้อมูลว่าได้ร่วมก่อเหตุในห้วงเวลาที่ผ่านมาด้วย

ด้านพล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 บอกว่า ได้สั่งกำชับให้ตำรวจตรวจสอบประวัติผู้ก่อเหตุที่เสียชีวิต 2 คนอย่างละเอียด ว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อเหตุกลุ่มใด และเข้ามาทำงานในพื้นที่ และนำรถจักรยานยนต์มาใช้ก่อเหตุได้ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่ความชัดเจนในการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง และจะแกะรอยภาพวงจรปิดซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญที่จะนำไปสู่การหาเบาะแสของผู้ก่อเหตุได้

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน