นายกฯ ยังไม่ตัดสินใจแหล่งเงินทุนรถไฟไทย-จีน

นายกฯ ยังไม่ตัดสินใจแหล่งเงินทุนรถไฟไทย-จีน

นายกฯ ยังไม่ตัดสินใจแหล่งเงินทุนรถไฟไทย-จีน

รูปข่าว : นายกฯ ยังไม่ตัดสินใจแหล่งเงินทุนรถไฟไทย-จีน

นายกรัฐมนตรีขอทุกฝ่ายเข้าใจการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อเร่งรัดโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เกิดขึ้นให้ได้ ยืนยันยึดประโยชน์ประเทศ ไม่เอื้อประโยชน์ใคร ส่วนแหล่งเงินทุนโครงการนี้ ซึ่งต้องใช้กว่า 174,000 ล้านบาท ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะนำเงินมาจากที่ไหน

เมื่อวานนี้ (20 มิ.ย.2560) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังไม่ตัดสินใจว่าจะใช้แหล่งเงินกู้โครงการรถไฟไทย-จีน กว่า 174,000 ล้านบาทจากที่ไหน ส่วนกู้เงินจากจีนเป็นเพียง 1 ในข้อเสนอจากทางการจีนเท่านั้น ไม่มีการตั้งเงื่อนไขใดๆ จากจีน ทั้งนี้ รัฐบาลจะพิจารณาจากแหล่งเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด รวมถึงแหล่งเงินกู้ในประเทศด้วย ขณะที่ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากโครงการจะคิดเฉพาะรายได้จากการโดยสารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่รัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ที่จะตกกับประชาชนโดยตรง จากการพัฒนา 2 ข้างทางโครงการ

สำหรับข้อกังวลของสภาวิชาชีพวิศวกรรม ขณะนี้ได้ทำความเข้าใจตรงกันแล้ว เช่นเดียวกับวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ก่อสร้าง หากใช้ของไทยได้ก็จะใช้ ยกเว้นกรณีที่ใช้ไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตกลงกันมาแล้วหลายครั้ง โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงด้วยว่าวงเงินกว่า 174,000 ล้านบาทนั้น จะใช้ในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน 130,000 ล้านบาท และใช้บริหารจัดการเดินรถอีก 40,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของสัญญาโครงการนี้ไม่มีผลต่อรถไฟในเส้นทางอื่นๆ เพราะรถไฟที่เหลือ อาจดำเนินการในลักษณะอื่น ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการประมูล หรือร่วมทุน เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม.-คสช.วันนี้ เป็นการรับทราบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 เพื่อเร่งรัดโครงการรถไฟไทย-จีน ซึ่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ขอทุกฝ่ายเข้าใจการออกคำสั่งครั้งนี้ได้ยึดประโยชน์ประเทศเป็นหลัก และเป็นโครงการที่รัฐบาลทั้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็พยายามจะทำ แต่ติดขัดข้อกฎหมาย

 

กลับขึ้นด้านบน