จับตา ครม.พิจารณาโยกย้าย ขรก.ระดับสูง-ผู้ว่าฯ รับยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ

จับตา ครม.พิจารณาโยกย้าย ขรก.ระดับสูง-ผู้ว่าฯ รับยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ

จับตา ครม.พิจารณาโยกย้าย ขรก.ระดับสูง-ผู้ว่าฯ รับยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ

รูปข่าว : จับตา ครม.พิจารณาโยกย้าย ขรก.ระดับสูง-ผู้ว่าฯ รับยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ

ประชุม ครม.สัปดาห์นี้ คาดว่าอาจมีวาระพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงและผู้ว่าราชการจังหวัดอีก 17 คน ทำให้การโยกย้ายครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อตรงกับช่วงโรดแมปสุดท้ายของรัฐบาล คสช.ที่หวังเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้ง

วันนี้ (17 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลายครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงความสำคัญของข้าราชการในฐานะกลไกขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ถึงขั้นเคยประกาศให้ตั้ง มิสเตอร์รีฟอร์ม หรือมิสเตอร์ปฏิรูป ประจำกระทรวงเพื่อประสานงานกับ "คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดิน ตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง" หรือ ป.ย.ป.

โค้งสุดท้ายของโรดแมป คสช.ก่อนเลือกตั้ง เมื่อมีถึง 14 หน่วยงาน ที่ข้าราชการระดับสูงจะเกษียณอายุราชการ จึงเป็นที่มาให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำหนังสือแจ้งเรื่องแนวทางการเสนอแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง โดยอ้างมติ ครม.เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2560 ที่ต้องยึดคุณสมบัติและวิสัยทัศน์ที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแนวปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ โดยแบ่งข้าราชการออกเป็น 3 กลุ่ม คือกลุ่มอาวุโสมาก กลุ่มอาวุโสที่สามารถปฏิบัติงานได้ผลดี และกลุ่มอาวุโสน้อย แต่มีความรู้ความสามารถ มีความคิดสร้างสรรค์ และผลงานโดดเด่น ขณะที่นายกรัฐมนตรีออกมาย้ำว่าจะย้อนไปดูลึกทั้งความรู้ความสามารถและประวัติส่วนตัว

นายคมสัน โพธิ์คง รองคณบดี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องสำคัญ แต่ยังไม่เชื่อว่าการโยกย้ายจัดวางบุคลากรในวงราชการจะมีส่วนสำคัญต่อการปฏิรูป ตราบใดที่รัฐบาลยังมุ่งใช้ระบบราชการเป็นตัวนำปฏิรูปประเทศ

สำหรับข้าราชการที่จะเกษียณอายุราชการปลายปีนี้ ได้แก่ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, ปลัดกระทรวงพาณิชย์, ปลัดกระทรวงแรงงาน, ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, ปลัดกระทรวงพลังงาน, เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ไม่นับรวมผู้ว่าราชการจังหวัด 17 คน ซึ่งล้วนแต่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงาน ทำให้การโยกย้ายครั้งนี้ ถือเป็นการจัดวางคนครั้งสำคัญรองรับการเดินหน้ายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ก่อนเข้าสู่สนามเลือกตั้ง

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน