ทส.ใช้เวที "ไซเตส" กดดันจีน -เวียดนามเร่งแก้ปัญหาค้าตัวลิ่น

ทส.ใช้เวที "ไซเตส" กดดันจีน -เวียดนามเร่งแก้ปัญหาค้าตัวลิ่น

ทส.ใช้เวที "ไซเตส" กดดันจีน -เวียดนามเร่งแก้ปัญหาค้าตัวลิ่น

รูปข่าว : ทส.ใช้เวที "ไซเตส" กดดันจีน -เวียดนามเร่งแก้ปัญหาค้าตัวลิ่น

พล.อ.สุรศักดิ์ ยอมรับไทยยังถูกใช้เป็นทางผ่านค้าสัตว์ป่า โดยเฉพาะตัวลิ่น หรือนิ่ม งาช้าง นอแรด และไม้พะยูง เร่งใช้เวทีไซเตสพูดคุยผ่านตัวแทนรัฐบาล 10 ชาติอาเซียน บวกจีน ในการร่วมกันสกัดปัญหา ขณะที่ผู้แทนลาว เตรียมยุติสวนเสือ โดยร่วมกันเอ็นจีโอเดินหน้า

วันนี้(13 ก.ย.2560) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในเวทีการประชุมระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎ หมาย ครั้งที่ 4 จัดโดย สำนักงานภูมิภาคของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ ประจำภูมิภาคเอเชีย หลังเกิดการลักลอบค้าโดยใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางขนส่งผ่านจากประเทศต้นทาง เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไปยังประเทศปลายทางที่มีความต้องการบริโภค โดยเฉพาะตัวลิ่น หรือ ตัวนิ่ม นอแรด และงาช้าง

พล.อ.สุรศักดิ์ ยอมรับว่า ประเทศไทย ยังถูกใช้เป็นเส้นทางหลักที่กลุ่มขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมายข้ามชาติ ใช้ขนส่งสิ่งผิดกฎหมายไปยังประเทศปลายทาง จนไซเตสจับตามองเป็นพิเศษ และจำเป็นด้วยการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้ทันกับสถานการณ์ปัจจุบันที่กลุ่มขบวนการลัก ลอบค้าสัตว์ป่าปรับเปลี่ยนเส้นทางหนีการจับกุม เพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย ควบคู่กับลดค่านิยมการบริโภคสัตว์ป่าภายในอาเซียน โดยจะเริ่มรณรงค์ในประเทศไทยก่อนไม่กินสัตว์ป่าที่หายาก

 

"กรณีการลักลอบค้าตัวลิ่น โดยใช้ไทยเป็นทางผ่านไปเวียดนาม และจีน เราคุยกันกับเจ้าหน้าที่รัฐในกลุ่มอาเซียน พยายามคุยกันเต็มที่ เพื่อหาแนวทางร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐมากขึ้น ใช้เวทีไซเตสในการวางกติกาเพื่อแก้ปัญหาร่วมกัน และเชื่อว่าประเทศปลายทางที่ถูกระบุก็มีมาตรการจากรัฐอย่างเข้มข้นที่จะแก้ปัญหาเช่นกัน แต่กับกลุ่มผู้ลักลอบยังคงไปไม่ถึง" 

ขณะที่ตลาดซื้อขายสัตว์ป่าและพืชป่าหลบเลี่ยงไปใช้เส้นทางการค้าบนสื่อออนไลน์ หรือโซเชียลมีเดียมากขึ้น จึงจัดชุดปฏิบัติการพิเศษเหยี่ยวดงติดตามและเฝ้าระวังการซื้อขายสิ่งผิดกฎหมาย จนสามารถจับกุมของกลางและผู้ต้องหาได้หลายคดี

"จีน"ยันเข้มข้นสกัดขบวนการค้าสัตว์ร้อยละ70

 ผู้แทนจากประเทศจีน ยืนยันว่าจีน ให้ความสำคัญการป้องกันการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่า ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และจัดอบรมเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ท่าอากาศยาน เพื่อตรวจสอบการลักลอบส่งสัตว์ป่าผ่านช่องทางสนามบิน ซึ่งจากการตรวจสอบอย่างเข้มข้นทำให้สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ถึงร้อยละ 70 จากสถิติในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

ทำให้กรมศุลกากรจีน จับกุมกลุ่มขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าได้มากกว่า 11,000 คดี มีผู้ต้องหา 12,000 คน ตรวจยึดพืชป่าและผลิตภัณฑ์ของกลางได้ 240 ตัน และล่าสุดตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบันมีประมาณ 70 คดี ยึดของกลางได้ 20 ตัน

ส่วนการบริโภคงาช้างในจีนลดลงร้อยละ 70 หลังจากเร่งปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น โดยทำลายงาช้างที่ยึดมาแล้วประมาณ 6.1 ตัน ทั้งนี้ ผู้แทนจากประเทศจีน ยืนยันว่า รัฐบาลจีน จะให้ความร่วมมือกับต่างประเทศ องค์กรต่างๆ และกลุ่มสมาชิกอาเซียนต่อสู้กับอาชญากรรมค้าสัตว์ป่าและพืชป่าข้ามชาติอย่างเต็มที่

 

 

"ลาว" จับมือ NGO เร่งยุติสวนเสือ

ด้าน ผู้แทนจาก สปป.ลาว บอกว่า สปป.ลาว มีความพยายามจะกำจัดสวนเสือออกไปจากประเทศ เนื่องจากเกิดการลักลอบเพาะพันธุ์เสือ เพื่อจำหน่ายตามความต้องการของตลาด โดยร่วมมือกับเอ็นจีโอพัฒนาแผนการจำกัดสวนเสือในประเทศ ควบคู่กับ การปิดการค้าขายงาช้างในตลาดด้วย ซึ่งช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาสามารถตรวจยึดสัตว์ป่าได้ 2,887ตัว ส่วนประเทศไทย เน้นย้ำต่อสมาชิกอาเซียนเกี่ยวกับความเข้มงวดและจริงจังของแผนปฎิบัติงานการปราบปรามการค้างาช้างที่ไทยประสบความสำเร็จและจะพยายามมุ่งมั่นต่อต้านการค้าสัตว์ป่าและพืชป่าในอนาคต


สำหรับเวทีการประชุมระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมาย ครั้งที่ 4 จัดโดย สำนักงานภูมิภาคของสหภาพสากลว่าด้วยการอนุรักษ์ ประจำภูมิภาคเอเชีย โดยมีผู้แทนจากบรูไน มาเลเซีย กัมพูชา เมียนมา จีน ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ลาว และเวียดนาม เพื่อร่วมกันหามาตรการรองรับการลักลอบค้าสัตว์ป่าและพืชป่าผิดกฎหมายที่อยู่ในบัญชีของอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส)

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน