ตร.แจ้ง 4 ข้อหา “นพ.ยอร์น” ขับรถชน รปภ. หนักสุด “พยายามฆ่า”

ตร.แจ้ง 4 ข้อหา “นพ.ยอร์น” ขับรถชน รปภ. หนักสุด “พยายามฆ่า”

ตร.แจ้ง 4 ข้อหา “นพ.ยอร์น” ขับรถชน รปภ. หนักสุด “พยายามฆ่า”

รูปข่าว : ตร.แจ้ง 4 ข้อหา “นพ.ยอร์น” ขับรถชน รปภ. หนักสุด “พยายามฆ่า”

นายแพทย์ยอร์น จิระนคร ขับรถชนพนักงานรักษาความปลอดภัยในกระทรวงสาธารณสุข ปฏิเสธข้อกล่าวหา และยืนยันไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจแจ้ง 4 ข้อหา เมา ขับรถประมาท ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน และพยายามฆ่า

วันนี้ (14 พ.ย.2560) นายแพทย์ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 เข้าพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี รับทราบข้อกล่าวหา กรณีขับรถยนต์ชนนายสมชาย ยามดี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในกระทรวงสาธารณสุขบาดเจ็บสาหัส

ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 4 ข้อหา ได้แก่ เมาแล้วขับ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน กรณีไม่ยินยอมเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ และพยายามฆ่าโดยเจตนาและไต่ตรองไว้ก่อน

 

 

พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าติดตามคดีและร่วมสอบปากคำ เปิดเผยว่า นายแพทย์ยอร์นปฏิเสธทั้ง 4 ข้อกล่าวหา รับเพียงว่าเป็นผู้ขับรถยนต์คันเกิดเหตุจริง และยืนยันวันนั้นไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานที่มีว่าเอาผิดได้ รวมถึงความผิดในข้อหาหนักพยายามฆ่า

ขับรถชนประตู แล้วประตูล้มทับเจ้าหน้าที่ รปภ.บาดเจ็บสาหัส นี่เป็นข้อหาแรก หลังจากนั้นได้ทำการหยุดรถประมาณ 25 วินาที ในช่วงที่หยุดรถถือว่ามีการไตร่ตรอง และขับรถทับร่าง รปภ. ถือว่ามีเจตนาฆ่า รปภ.ให้ถึงแก่ความตาย จึงแจ้งข้อหาว่าพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและมีการไตร่ตรองไว้ก่อน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นข้อหาหนัก พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว

ส่วนกระแสข่าวที่มีการกล่าวอ้างถึงผู้ก่อเหตุ โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือกับตำรวจผู้ใหญ่ ให้สั่งผ่านพนักงานสอบสวนอำนวยความสะดวกโดยไม่ต้องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์นั้น ไม่เป็นความจริง

ในข้อเท็จจริงนั้นไม่มีครับ เพราะถ้ามีผมคงทราบ และถึงแม้ว่าผู้ต้องหาจะไม่ยินยอมให้เป่าแอลกอฮอล์เพื่อพิสูจน์แอลกอฮอล์ก็ตาม แต่เราก็มีวิธีการที่จะยืนยันได้ว่าในขณะเกิดเหตุนั้น ผู้ต้องหามีอาการมึนเมาสุราในขณะขับรถครับ 

ทั้งนี้ การทำสำนวนคดี พนักงานสอบสวนเตรียมเชิญพยานหลายปาก เข้าให้ปากคำเพิ่ม ทั้งพยานในที่เกิดเหตุ พยานที่ถ่ายภาพขณะเกิดเหตุ ซึ่งจะขอใช้เป็นหลักฐานประกอบการวิเคราะห์พิจารณาคดี

นอกจากนี้จะตรวจสอบระบบรถยนต์ของผู้ก่อเหตุ โดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ตรวจหาสาเหตุ กรณีที่ถุงลมนิรภัยด้านหน้าทำงานทั้งสองจุด รวมถึงการทำงานของถุงลมนิรภัย สามารถบดบังการมองเห็นของคนขับได้หรือไม่ เพื่อพิสูจน์คำกล่าวอ้างของนายแพทย์ยอร์น ที่บอกว่ามองไม่เห็นทาง เนื่องจากชน แล้วถุงลมนิรภัยทำงานและบังสายตา

 

 

กลับขึ้นด้านบน