แกล้งกันในโรงเรียน-รังแกผ่านสื่อออนไลน์ทวีความรุนแรง

แกล้งกันในโรงเรียน-รังแกผ่านสื่อออนไลน์ทวีความรุนแรง

แกล้งกันในโรงเรียน-รังแกผ่านสื่อออนไลน์ทวีความรุนแรง

รูปข่าว : แกล้งกันในโรงเรียน-รังแกผ่านสื่อออนไลน์ทวีความรุนแรง

ปัญหาการแกล้งกันในโรงเรียนพบว่ามีแนวโน้มทวีความรุนแรง จนไทยเป็นประเทศที่มีการแกล้งกันในโรงเรียนมากเป็นอันดับ 2 ของโลก อีกทั้งยังพบการรังแกกันผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้จะส่งผลกระทบทางจิตใจต่อเด็กทั้ง 2 ฝ่ายและอาจนำไปสู่พฤติกรรมความรุนแรงในอนาคต

นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุชภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงสถานการณ์การรังแกกันในโรงเรียนมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น และไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยอย่างที่ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เข้าใจ โดยเด็กที่รังแกกันมีตั้งแต่ระดับอนุบาล ขณะนี้เด็กเข้าถึงสื่อโซเชียลได้ง่าย พ่อแม่และครูมีเวลาให้เด็กน้อย เด็กเรียนรู้ความรุนแรงจากเกม สื่อต่างๆ และนำไปใช้กับเพื่อน นอกจากนี้ยังพบปัญหาใหม่คือการรังแกกันผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งการใช้ข้อความ ภาพ หรือวิดีโอคลิปบนโลกอินเตอร์เน็ตด้วย

การรังแกกันหรือล้อเลียนกันในโรงเรียน เป็นจุดเริ่มต้นและเป็นการปลูกฝังเด็กเรื่องความรุนแรง การทำร้ายกัน มีผลกระทบต่อเด็กทั้ง 2 ฝ่าย โดยนักเรียนที่ถูกรังแกมักเครียด ซึมเศร้า ไม่อยากไปโรงเรียน มีปัญหาการเข้าสังคมจนโต หากถูกกดดันรุนแรงหรือเรื้อรังจะนำไปสู่การทำร้ายคนอื่นเพื่อแก้แค้น ทำร้ายตนเองและอาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย

ขณะที่นักเรียนที่รังแกคนอื่น เมื่อทำบ่อยครั้งจนกลายเป็นนิสัยเคยชิน จะมีปัญหาบุคลิกภาพแบบใช้ความก้าวร้าว ความรุนแรงต่อผู้อื่น ความรู้สึกผิดน้อย ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา เป็นอันธพาล หรือเป็นอาชญากรได้

พญ.มธุรดา สุวรรณโพธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้สถาบันอยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนาโปรแกรมป้องกันการรังแกกันในโรงเรียนที่สอดคล้องกับบริบทโรงเรียนไทย โดยจะเน้นที่กลุ่มเด็กระดับชั้นประถมศึกษา อายุ 6-13 ปี

ทั้งนี้ ข้อมูลผลการสำรวจในโครงการติดตามสภาวการณ์เด็กและเยาวชนรายจังหวัด พบว่ามีเด็กถูกรังแกในสถานศึกษาปีละประมาณ 600,000 คน ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับ 2 ของโลก ที่มีสัดส่วนนักเรียนถูกรังแกจากเพื่อนนักเรียนด้วยกันสูงถึงร้อยละ 40 รองจากญี่ปุ่น ขณะที่ในปี 2553 การสำรวจนักเรียนนักศึกษาในสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ พบว่าร้อยละ 33 เคยรังแกผู้อื่นทางออนไลน์ อีกร้อยละ 43 บอกว่าเคยถูกคนอื่นรังแก

กลับขึ้นด้านบน