ฉายหนัง "ลาลิโด" ปิดตำนานโรงภาพยนตร์เก่า 50 ปี

ฉายหนัง "ลาลิโด" ปิดตำนานโรงภาพยนตร์เก่า 50 ปี

ฉายหนัง "ลาลิโด" ปิดตำนานโรงภาพยนตร์เก่า 50 ปี

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โรงภาพยนตร์ลิโดไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่ฉายหนัง หากยังเป็นเหมือนแหล่งเรียนรู้ของนักศึกษาภาพยนตร์ และที่จัดงานใหม่ๆ เพื่อคนรักหนัง สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดตำนานไปตลอดกาล จึงคึกคักไปด้วยแฟนหนัง ซึ่งมาเก็บความทรงจำและจัดกิจกรรมอำลา

รูปข่าว : ฉายหนัง "ลาลิโด" ปิดตำนานโรงภาพยนตร์เก่า 50 ปี


กลายเป็นความทรงจำที่น่าจะอยู่ในใจ "ณฐพล บุญประกอบ" ไปอีกนาน เมื่อภาพยนตร์โปรเจ็คจบการศึกษาที่เคยทำไว้เมื่อหลายปีก่อนเรื่อง "ตะเพียนริมน้ำ" มีโอกาสฉายลิโด โรงหนังโปรดที่เปิดโลกทัศน์ด้านภาพยนตร์ให้ จนทุกวันนี้ก้าวขึ้นมาเป็นนักทำสารคดีน่าจับตาอีกคนของไทย ฉายพร้อมกับหนังของเพื่อนๆ และรุ่นน้องจากภาควิชาภาพยนตร์ จุฬาฯ ในโปรเจ็ค "ลาลิโด" หนึ่งในนั้นคือผลงานของ จิรัศยา วงษ์สุทิน เรื่องวันนั้นของเดือน ซึ่งผูกพันกับโรงภาพยนตร์ลิโด จนเคยระดมทุนหาเงินช่วยเหลือพนักงานเมื่อรู้ว่าต้องปิดตัวลง ได้ยอดสมทบทุนไปกว่า 20,000 บาท

ทั้งนี้ ยังเป็นครั้งสุดท้ายที่โปรแกรมสำคัญอย่างเทศกาลภาพยนตร์เงียบของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) จะได้ฉายที่นี่ด้วย หลังจัดติดต่อมาเป็นปีที่ 5 จนเติบโตเป็นรู้จักในวงกว้าง มีแฟนหนังประจำเทศกาลทั้งไทยและต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเพราะได้พื้นที่ฉายใจกลางเมือง เดินทางสะดวก หากการปิดตัวของลิโด ทำให้ผู้จัดงานต้องมองหาพื้นที่ใหม่ ซึ่งการได้ฉายในโรงภาพยนตร์มัลติเพล็กซ์อาจจะเป็นเรื่องยาก

สัณห์ชัย โชติรสเศรณี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่อยากให้เทศกาลหนังแบบนี้ได้มาอยู่ใกล้คนแล้วการได้ฉายที่นี่เดินทางสะดวก บรรยากาศต่างๆ ของโรงซึ่งเก่า แต่ระบบฉายยังดี ช่วยให้ได้บรรยากาศของเทศกาล อาจต้องย้ายไปสกาล่า แต่ต้องดูอีกว่าที่นั่นจะเป็นยังไง

ณฐพล บุญประกอบ ผู้กำกับภาพยนตร์ กล่าวว่า เราโตมากับที่นี่ เพราะเราอยู่ที่จุฬา และเชื่อว่าเด็กหลายคนก็โตมาจากโรงหนังที่นี่ มันมีหนังให้ดูหลากหลาย ซึ่งเราว่ามันเปิดโลก ก็เสียดายนะ คือบางคนเคยได้มาฉายที่นี่ อย่างหนังพี่มะเดี่ยว ชูเกียรติ หนังจบเขาก็ฉายที่นี่

สัปดาห์สุดท้ายก่อนปิดตำนานโรงภาพยนตร์เก่าอายุ 50 ปี จึงคึกคักไปด้วยแฟนหนังทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ บางคนเดินทางไกลเพื่อมาดูหนังที่นี่ครั้งแรกโดยเฉพาะ ขณะที่แฟนตัวจริงผูกพันมานานก็แชะภาพเก็บไว้เป็นความทรงจำ โดยเฉพาะกับ "บุรุษชุดเหลือง" หรือเด็กเดินตั๋ว หน้าด่านที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของโรงที่แฟนหนังคุ้นเคยดี สนิทกันถึงขนาดจำชื่อได้ ซื้อของฝากกันก็เคยมาแล้ว แต่ที่ทำให้พนักงานหลายคนถึงกับหลั่งน้ำตา คือบอร์ดที่คนรักลิโดที่เข้ามาเขียนข้อความให้กำลังใจ บางคนถึงกับวาดภาพสีน้ำให้พี่ๆ บุรุษชุดเหลืองเป็นที่ระลึก แสดงความผูกพักที่มีต่อกันมายาวนาน

ไพวงค์ พูบุตรตะ พนักงานเดินตั๋ว โรงภาพยนตร์ลิโด กล่าวว่า ผมพูดไม่ออกเลย ตอนนี้ก็มีแฟนๆ มาขอถ่ายรูปตลอดนะ เป็นความทรงจำเขา แต่ก่อนเขามีถึงขั้นเอาตั๋วมาฝากเราให้เอาให้เพื่อนเขาด้วยนะ แบบมาดูไม่ทัน เราก็ดูแลให้ ต่อไปนี้ไม่มีแล้ว ไม่เจอกันแล้ว

อุบล คล้ายทอง หัวหน้าโรงภาพยนตร์ลิโด กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาช่วงนี้ เป็นความรู้สึกที่ดีที่มีคนมาทำอะไรให้เยอะแยะ เราได้อ่านที่เขาเขียนๆ กันด้วย แล้วเป็นกำลังใจดี

วีรยา ทรัพย์ปัญญาดี ผู้ชมโรงภาพยนตร์ลิโด กล่าวว่า ก็เสียดายนะ แต่ก่อนเราโตมากับที่นี่เป็นสิบๆ ปี วันนี้เลยอยากมาถ่ายรูปเก็บความทรงจำ ขณะที่ อาศิรา คูห์สุวรรณ ผู้ชมโรงภาพยนตร์ลิโด กล่าวว่า คือเราชอบดูพวกหนังรางวัลด้วย ที่อื่นมันหาดูยาก และที่นี่สะดวก

ก่อนปิดเครื่องฉายไปตลอดกาล ลิโดยังทำหน้าที่จนถึงวันสุดท้ายคือ 31 พฤษภาคมนี้ ด้วยการฉายหนังตามโปรแกรมปกติ ซึ่งตอนนี้หลายเรื่องถูกจองตั๋วจนเต็มแล้ว พร้อมกับส่งท้ายด้วยภาพยนตร์จากเทศกาลหนังเงียบเรื่อง Sherlock Jr. (เชอร์ล็อก จูเนียร์) ก่อนยุติบทบาทโรงภาพยนตร์ทางเลือกที่อยู่มายาวนานถึง 5 ทศวรรษ

 

 

กลับขึ้นด้านบน