แกะรอยโกงอดีตปลัดพม. "แปลงเงิน 88 ล้าน" ซื้อทรัพย์สิน

แกะรอยโกงอดีตปลัดพม. "แปลงเงิน 88 ล้าน" ซื้อทรัพย์สิน

แกะรอยโกงอดีตปลัดพม. "แปลงเงิน 88 ล้าน" ซื้อทรัพย์สิน

รูปข่าว : แกะรอยโกงอดีตปลัดพม. "แปลงเงิน 88 ล้าน" ซื้อทรัพย์สิน

ไทยพีบีเอส แกะรอยเส้นทางการเงิน นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม.ทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง 88 ล้านบาท หลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ใช้วิธีการซื้อทรัพย์สิน รถหรู คอนโด

วันนี้ (13 มิ.ย.2561) ไทยพีบีเอส แกะรอยเส้นทางการเงิน นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง หลังจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.ยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีอาญากับอดีตผู้บริหาร พม.ข้อหาร่วมกันฟอกเงินกับผู้กระทำความผิด หลังพบพฤติการณ์ นายพุฒิพัฒน์และพวกมีการโยกย้ายเงินที่ได้จากการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ไปแปลงเป็นทรัพย์สินอื่นๆ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท

ทรัพย์สินทั้งหมดที่ ปปง.อายัดไว้ มีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับคดีทุจริต ปี 2559 -2560 และยังมีผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ที่อาจเข้าข่ายร่วมกันฟอกเงินอีก 12 คน เป็นอดีตข้าราชการกระทรวงพม.และเครือญาติคนสนิท ของอดีตปลัดรองปลัด ผู้ตรวจราชการ

ปปง.ยังพบว่า มีการทอนเงินกลับมายังอดีตผู้บริหาร พม.มากถึง 80 ล้านบาท และเป็นการหิ้วเงินสดมาให้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

ขณะที่ผู้บังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ยอมรับว่า คดีนี้มีความซับซ้อน ดังนั้นวันที่ 19 มิ.ย.นี้ จะนัดหารือกับผู้เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด โดยจะตั้งคณะทำงานร่วมกันกับปปง.และ ป.ป.ท. ก่อนสรุปรายละเอียดอีกครั้ง เพื่อลงพื้นที่ติดตามตัวผู้ต้องหาและทรัพย์สิน คาดจะสามารถดำเนินคดีได้อย่างรวดเร็ว

จากการตรวจสอบการทอนเงิน ปปง. ย้ำว่า เส้นทางการทอนเงินกลับ ถึงเพียงเแค่อดีตอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ซึ่งเป็นตำแหน่งเดิมของนายพุฒิพัฒน์ในห้วงเวลาที่เกิดการร้องเรียนทุจริต ซึ่งยังไม่พบเส้นทางการเงิน เชื่อมโยงไปถึงอดีตรัฐมนตรีกระทรวง พม.คนก่อนหน้านี้

กล่าวได้ว่า คนทุจริตจะต้องยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไม่ให้อยู่ที่ตัวเอง เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ วิธีการแบบนี้เรียกว่า การฟอกเงิน ทำเงินให้ที่ได้มาผิดกลายเป็นถูก กรณีอดีตผู้บริหารกระทรวง พม. 3 ท่านนี้ ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริตเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งก็เช่นกัน แต่ละท่านถูกกล่าวว่าฟอกเงินรวมกัน ประมาณ 88 ล้าน ถ่ายเทกันไปที่ไหนบ้าง 


ไทยพีบีเอสแกะรอย ดังนี้คนแรกนายพุฒิพัฒน์ เชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวง พม. คือข้าราชการระดับ 11 สูงสุดในชีวิตราชการแล้ว แต่ที่ถูกกล่าวหาทุจริตเกิดขึ้นในสมัยที่เป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผลประโยชน์มาได้ตอนที่ขึ้นเป็นอธิบดีแล้ว เมื่อได้มาแล้วเอาไปทำอะไรบ้าง

เส้นทางแรกโอนให้พ่อ พ่อเอาไปซื้อที่ดินราคาประเมิน 1 ล้าน เส้นทางทางที่ 2 โอนให้หญิงคนสนิท เป็นอดีตข้าราชการกระทรวง พม.ลาออกเมื่อปี 59 หญิงคนสนิทของอดีตปลัด เอาซื้อรถหรูปอร์เช่ 3 คัน เบนซ์ 1 คัน และมินิอีก 1 คัน และอีกก้อนหนึ่งเอาไปซื้อคอนโดย่านรัชดา ซื้่อทีเดียว 5 ห้อง ราคาประเมิน 23 ล้านบาท

สรุปรถ 5 คัน คอนโด 5 ห้อง ที่ดินที่พ่อซื้อทั้งหมดนี้ดำเนินการซื้อทีเดียวในรอบ 1 ปี คือ 59-60 สอดคล้องกับช่วงเวลาที่ถูกตรวจพบการทุจริต

คนที่ 2 ณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัด พม.คนๆ นี้ก็เติบโตมาจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการเป็นรองอธิบดีในยุคของพุฒิพัฒน์ รู้ไส้รู้พุงกันดี อดีตรองปลัด โอนงิน ให้ภรรยา ภรรยาเอาไปซื้อที่ดินราคาประเมิน 5 ล้าน ไปพบอยู่ในบัญชีอีก 1 แสน ซื้อรถอีก 1 คัน ทำธุรกรรมในช่วงปี 59-60 เช่นกัน

คนสุดท้าย นายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีต ผู้ตรวจราชการ กระทรวง พม.ก็เติบโตมาจากรองอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เช่นกัน   อธิบดีและรองอธิบดีอีก 2 ท่านก็รู้กันหมด นี่คือเหตุผลว่า ทำไมการทุจริตนี้จึงทำแบบไม่เกรงกลัวและปกปิดไว้ได้ เพราะเมื่อขยับตำแหน่งเป็น ผู้ตรวจ แต่ผู้ตรวจรู้เห็นด้วย กระบวนการตรวจสอบจึงไม่ทำงาน อดีตผู้ตรวจธีรพงษ์ โอนให้ภรรยา ไปซื้อที่ดิน ราคาประเมิน 18 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปปง.อธิบายว่า เขาไม่เปิดบัญชีแต่หิ้วเงินสดสดกลับมา เงินที่ควรจะถึงคนไร้ที่พึ่งไว้เลี้ยงปากท้องไม่กี่บาท แต่ อดีต ผู้บริหาร พม. เอาซื้อรถหรู ซื้อที่ดิน ซื้อคอนโดฯทั้ง 3 ท่านมีเวลา 30 วันนำหลักฐานมาหักล้างว่าทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้ได้มาจากการทุจริตตอนนี้ถูกอายัดไว้ก่อน

 อ่านข่าวเพิ่มเติม

ยื่น "ปปป." ฟ้องอดีตปลัดพม.และพวก คดีฟอกเงิน 88 ล้าน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน