ไทยผนึกชาติอาเซียน "ปราบค้าไม้เถื่อน"

ไทยผนึกชาติอาเซียน "ปราบค้าไม้เถื่อน"

ไทยผนึกชาติอาเซียน "ปราบค้าไม้เถื่อน"

รูปข่าว : ไทยผนึกชาติอาเซียน "ปราบค้าไม้เถื่อน"

ประเทศไทยเชิญ 10 ประเทศอาเซียนและจีน รวมทั้งกลุ่มสหภาพยุโรป ทบทวน และจัดแผนการปราบไม้เถื่อนผิดกฎหมาย พร้อมเตรียมหนุนปลูกป่าในพื้นที่ชาวบ้าน เอกชนแบบ ถูกต้องผ่านระบบแอปพลิเคชั่นอี-ทรี เพื่อป้องกันสวมตอไม้ เพราะเป็นระบบสืบค้นย้อนกลับ

วานนี้ (4 ก.ค. 2561 ) นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรมป่าไม้ เป็นเจ้าภาพจัดประชุมส่งเสริมการค้าไม้ที่ถูกกฎหมายระหว่างกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนตามแนวทางการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ธรรมาภิบาลและการค้า ระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป( Thai -EU FLEGT) มีกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ เช่น กัมพูชา อินโดนีเชีย ลาว มาเลเซีย เมียนมา ไทย รวมทั้งจีน เข้าร่วมประชุมระหว่าง 3-5 ก.ค.นี้ เป้าหมายแสดงเจตจำนงร่วมกันในการปราบปรามการทำไม้เถื่อน และการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำไม้เถื่อน การเสนอความคืบหน้าของแผนปฏิบัติการ FLEGT ของกลุ่มประเทศอาเซียนในการบังคับใช้กฎหมาย

ประเทศอินโดนีเซีย ถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ได้รับใบอนุญาตรับรองการทำไม้ที่ถูกต้อง ภายใต้เงื่อนไขของ FLEGT ส่วนประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ อีก 5 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย อยู่ในระหว่างกระบวนการเจรจาข้อตกลงดังกล่าว
ภาพ :กรมป่าไม้

ภาพ :กรมป่าไม้

 

นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ไทยพร้อมร่วมมือกับอาเซียนต่อต้านการทำไม้เถื่อน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการทำไม้เถื่อน รวมทั้งจะพิจารณาความท้าทายของบริษัททำไม้ขนาดเล็กในลุ่มน้ำโขง การมีส่วนร่วมของภาคสังคมและเอกชนในการจัดทำระบบ เพื่อยืนยันความถูกต้องของการทำไม้ และความช่วยเหลือของสหภาพยุโรปในการพัฒนาระบบที่เอื้อต่อการทำไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และการส่งออกโดยผลิตภัณฑ์ไม้ที่จะส่งออกไปยังตลาดยุโรป จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีใบอนุญาตจาก FLEGT เท่านั้น

“อี-ทรี”แอปพลิเคชั่นช่วยปลูกป่า


นายอรรถพล กล่าวว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ได้ปฏิรูปแนวทางการปลูกไม้เศรษฐกิจผ่านกลไกระบบอี-ทรี หรือแอปพลิเคชัน ซึ่งจะช่วยคำนวณการเจริญเติบโตของต้นไม้ โดยเฉพาะปริมาตรเนื้อไม้ที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี เพียงแค่ประชาชนที่สนใจปลูกไม้เศรษฐกิจมาลงทะเบียนใช้งาน แสดงตัวตน ปักหมุดขอบเขต แปลงปลูกและปักหมุดตำแหน่งต้นไม้ผ่านแอพฯ จากนั้น จะมีระบบแจ้งเตือนให้ประชาชนช่วยกรอกถึงการเติบโตของต้นไม้เป็นประจำทุกปี อาทิ ความสูง เส้นรอบวง

 

ภาพ:กรมป่าไม้

ภาพ:กรมป่าไม้

 

ประโยชน์ของอี-ทรี คือ จะทำให้รู้พื้นที่ปลูกป่ามากขึ้น จากการลงชื่อในระบบ เช่น หากมีคนใช้ระบบคิดเป็นร้อยละ 1 ของพื้นที่ประเทศเท่ากับก็มีพื้นที่ปลูกไม้ 3.2 ไร่ ส่วนพื้นที่และไม้ที่ลงสำรวจ จะอยู่ในระบบจนกว่าจะขายไม้เป็นสินค้าได้ ระหว่างการปลูกบำรุง ประชาชนจะมีรายได้เช่นเดียวกับการปลูกพืชอายุสั้น มีแหล่งเงินทุน เช่น ธ.ก.ส. นักลงทุนต่างประเทศ นำเข้าโครงการคาร์บอนเครดิต

และการเชื่อมต่อระบบข้อมูลหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับการนำเข้า-ส่งออก ขอใบอนุญาต ใบรับรองและติดต่อสื่อสารระหว่างภาคธุรกิจ ทำให้ประชาชนส่งออกได้สะดวกและลดขั้นตอน ยังช่วยป้องกันการตัดไม้สวมตอ เพราะทราบแหล่งที่มาและสืบย้อนหลังได้ ถือเป็นการรับรองการส่งออกไปยังสหภาพยุโรป หรือประเทศต้องการตรวจสอบสินค้าไม้จากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย

 

กลับขึ้นด้านบน